วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2558

เมนูนี้อยู่หนใด?????

                  หลังจากที่ย้ายมาอยู่ที่พักใหม่ได้ประมาณสองอาทิตย์กว่าๆ ฉันก็เริ่มอยากสำรวจรอบๆว่า แถวที่ฉันอยู่มีอาหารอะไรที่อร่อยๆบ้าง ฉันจึงตัดสินใจเดินสำรวจบริเวณรอบๆที่พักทั้งวัน โดยใช้จมูกเป็นตัวตัดสินว่า ร้านไหนอร่อย จากกลิ่นหอมที่จมูกรับรู้ได้
                  ตลอดทางที่สำรวจ ก็มีร้านขายก๋วยเตี๋ยว แบบเเบ่งลักษณะชัดเจนมาก ร้านไหนขายก๋วยเตี๋ยวเนื้อก็ก๋วยเตี๋ยวเนื้อทั้งร้านอย่าได้ถามหาหมูเชียว ร้านไหนขายก๋วยเตี๋ยวน้ำตกก็ก๋วยเตี๋ยวน้ำตกทั้งร้านอย่าได้ถามหาน้ำใสเชียว ร้านขายขนมก็เยอะ ร้านขายน้ำก็แยะ มีร้านขายลูกชิ้นทอด กล้วยปิ้ง สารพัดมาก จนเดินมาเรื่อยๆ ฉันก็เริ่มหิว จึงเดินเข้าไปในร้านก๋วยจับ สั่งก๋วยจับหมูมากิน ก็นะ เหมือนบุญมีแต่กรรมบัง ร้านที่ได้กลิ่นหอมๆบางทีรสชาติก็อาจไม่ตรงกับกลิ่นเท่าไหร่ แต่ก็ยังดีที่พอกินได้ ไม่ได้อร่อยเวอร์วังอะไรมาก
                  พอกินเสร็จฉันก็เดินซื้อของต่อ เมื่อได้ของครบก็กลับที่พัก ถึงที่พักก็จัดแจงของให้เรียบร้อยทำอะไรต่างๆเสร็จก็เย็นพอดี วันเวลาช่างผ่านไปเร็วจริงๆรู้ตัวอีกทีก็หัวถึงหมอนแล้ว แต่พอหัวถึงหมอนเนี่ยแหละ ก็มีคนมาบอกว่า "แถวนี้มีกระเพาะปลาอร่อยนะ ไม่เชื่อลองหาดู" คนที่มาบอกก็ น่าจะเป็นผู้ชาย ตัวใหญ่ๆดำ เห็นแค่รูปร่าง ไม่เห็นใบหน้าที่ชัดเจน เดาเอาว่าน่าจะเป็นเจ้าที่ ที่ฉันอยู่เนี่ยแหละ
                 ประโยคนั้นยังคงอยู่ในหัวและจำได้ถึงทุกวันนี้ พอเช้าปุ๊ป ฉันก็เดินล่า หากระเพาะปลาทันที เดินจนแล้วจนรอด ก็ไม่เจอก็กระเพาะปลา เจอแต่ แกงเขียวหวานไก่ เอ๊ะ! หรือ เราจะกินมากฝันมาก หรือจะเพ้อเจ้อแต่ของกินจนเก็บเอาไปฝัน แต่ เมนูกระเพาะปลาไม่เคยอยู่ในหัวเลยนะ แล้วที่ฝันคืออะไร หลอน! หรือ จิตใต้สำนึก!
                   แล้ววันนั้นก็ผ่านไป ได้ หนึ่งอาทิตย์  ฉันก็ออกไปซื้อของและหาของกินเหมือนเดิม และลืม เมนูกระเพาะปลาไปแล้ว จนกระทั้งเดินผ่านร้าน ร้านหนึ่ง แล้วหันแว่บไปเจอกับ กระเพาะปลา โอ้วโนว์! กระเพาะปลาจริงๆด้วย ร้านนี้รอบที่แล้ว ฉันเห็นว่าขายแต่แกงเขียวหวานนิ วันนี้ทำไม่มีกระเพาปลา ! จึงตัดสินใจซื้อมาลองชิมดู ปรากฎว่า อร่อยมากกกก! แล้วความฝันที่ฉันจำได้ก็ปรากฎขึ้นทันที นี้เราไม่ได้ฝันมากกินมากสินะ!
                   สรุป คือ ร้านนี้จะทำกับข้าวขายตามใจแม่ค้า นึกอยากจะทำอะไรขายแล้วแต่ใจแม่ค้า เมนูกระเพาะปลาจึงไม่ได้มีทุกวัน อืมมม ดีจริง แม่ค้า อินดี้ แต่กระเพาะปลาไม่ได้มีที่ร้านนี้ร้านเดียวนะ ยังมีอีกร้านที่ขายตอนเย็นอีก ตั้งใจว่าจะไปลองชิมสักหน่อย ว่าจะอร่อยไหม ถ้าอร่อยจะได้ซื้อกินได้บ่อยๆไม่ต้องรอ ร้านแม่ค้าอินดี้ ที่นานๆ นางจะทำขายครั้งนึ่ง.



(ยืมรูป มาจาก อากู๋ นะจ๊ะ)


ปล.มีคนท้วงติงมาว่า! ไม่ใช่เจ้าที่ท่านอยากกินเรอะ อืม! ประเด็นนี้ก็น่าสนใจนะ????

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ห้องพักที่ไม่เคยว่าง! ตอนที่ 3


                โชคดีที่ประตูเสื้อผ้าเปิดออกมาแล้วไม่เจอใคร............จากการตื่นในครั้งนั้นทำให้เนยไม่สามารถข่มตาหลับได้อีกเลย รุ่งเช้า เนยได้ส่งข้อความหาฉัน บอกถึงรายละเอียดต่างๆที่พบเจอตั้งแต่เรื่องที่รู้สึกถึงการมีคนอยู่ในห้องและความฝันที่เพิ่งผ่านมา  จากนั้นเนยก็โทรศัพท์ปรึกษาแม่
                แม่ของเนยแนะนำให้เนยนำเหรียญบาทวางไว้บนหัวเตียง แล้วบอกกล่าวเจ้าที่ของห้องพักว่าขอเช่าที่พักเป็นการชั่วคราว เพื่อให้เจ้าที่และวิญญาณได้รับรู้ว่าเราแค่ขอมาอยู่อาศัยเป็นการชั่วคราว ไม่ได้มีเจตนาจะยึดเป็นที่อยู่อาศัยหลัก
                ส่วนฉันแนะนำให้เนย ถวายสังฆทาน แล้วอุทิศบุญไปให้ผู้หญิงตนนั้น เนยจึงทำตามทั้งคำแนะนำของแม่และฉันแล้วได้นัดเจอฉันที่วัดเพื่อไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้หญิงตนนั้น ทันทีที่ฉันได้พบเนย ฉันรู้สึกได้ถึงบรรยากาศหนักอึ้งรอบๆตัวเนยและเห็นผู้หญิงใส่ชุดขาว ผมยาวประบ่า อยู่หลังเนยแว่บๆ เราสองคนจึงรีบเดินเข้าวัดทำบุญแล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้ผู้หญิงตนนั้นทันที
              เมื่อกรวดน้ำเสร็จ เนยบอกว่ารู้สึกโล่งและโปร่งสบายทันที เหมือนผู้หญิงตนนี้ได้รับส่วนบุญแล้ว หลังจากทำบุญเสร็จเรียบร้อย เนยก็เดินทางกลับ คืนนั้นเนยก็ฝันเห็นเธอ มาพูดคุยกับเนยว่า "ขอบคุณนะ ถ้าจะอยู่ที่นี้ก็รักษาความสะอาดด้วย โดยเฉพาะตู้เสื้อผ้า" แล้วผู้หญิงตนนั้นก็หายไป ตั้งแต่นั้นมาเนยก็ไม่เคยเจอผู้หญิงตนนั้นอีกเลย แต่ก็รับรู้ได้ว่าผู้หญิงตนนี้ยังอยู่ไม่ได้ไปไหน
              ถ้าวันไหนเนยว่าง เนยก็จะทำบุญใส่บาตร อุทิศส่วนกุศลไปให้ผู้หญิงตนนี้เสมอ และทุกๆครั้ง ที่กรวดน้ำให้ผู้หญิงตนนี้ก็จะมีเสียงหมาหอนรับเนยตลอดคล้ายกับเสียงขานรับว่า "ขอบคุณ" จนกระทั่งเนยเรียนจบแล้วย้ายออกจากหอพักนั้น ก่อนย้ายเนยก็ได้จุดธูปบอกลาเจ้าที่ ที่หอพักและหญิงสาว คืนนั้นในฝันเนยได้พบกับหญิงสาวตนนั้นอีกครั้ง เธอยิ้มด้วยไมตรีจิตพยักหน้ารับแล้วจากไป ส่วนเนยนั้น พอตื่นขึ้นมาก็เก็บของย้ายออกจากห้องตามปกติและเนยก็ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า "ห้องนั้นว่างจากคนแต่ไม่เคยว่างจากเธอ แล้วใครจะเป็นผู้โชคดีคนต่อไปนะ???"

    จบ.





วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ห้องพักที่ไม่เคยว่าง! ตอนที่ 2

          เย็นวันนั้นในขณะที่เนยกำลังจัดของอยู่ เนยก็รู้สึกถึงการมีตัวตนของใครอีกคนในห้อง เนยพยายามมองรอบๆห้องว่ามีใครรึเปล่า รวมถึงเดินไปส่องหน้าต่าง เดินไปดูหน้าประตู แต่ก็ไม่พบกับใคร เนยจึงกลับมาจัดของในห้องเสร็จเรียบร้อย แล้วไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวเข้านอน
          ก่อนนอนเนยก็สวดมนต์ไหว้พระตามปกติ สวดมนต์เสร็จก็ขึ้นไปนอนบนเตียงที่ทางหอพักจัดไว้ให้ เนยบอกว่า "คานกับเตียงอยู่เฉียงกันนิดเดียว!" พอเนยหลับตาลงกำลังจะหลับ เนยก็ได้ยินเสียงคนเดินในห้อง เนยจึงลุกขึ้นมาดูว่ามีใครแอบเข้ามาในห้องรึเปล่า เมื่อลุกจากเตียงขึ้นมาดูก็พบว่า "ว่างเปล่า! ไม่พบใคร ไม่มีแม้กระทั่งเสียงเดิน" เนยคิดว่าเป็นเสียงของคนที่เดินผ่านหน้าประตูห้อง จึงไม่ได้สนใจอะไรมากแล้วกลับนอนต่อตามเดิม
           ช่วงที่เนยกำลังจะหลับตานอน สายตาเนยก็มองไปยังตู้เสื้อผ้าที่อยู่ปลายเตียง เนยมองแล้วรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ด้วยความเหนื่อยล้ามาทั้งวันจากการขนของ เนยจึงหลับลงไปในที่สุด และแล้วเนยก็ฝันเห็น ผู้หญิงผมยาวประบา ใส่ชุดขาว เดินออกมาจากตู้เสื้อผ้า หญิงสาวมองเนยด้วยสายตาที่ไม่พอใจ  แล้วพูดขึ้นว่า "มาอยู่ที่นี้แล้ว ไม่คิดจะขออนุญาตกันหน่อยหรอ!"  แล้วผู้หญิงตนนี้ก็แสดงภาพให้เนยจากปัจจุบันย้อนไปอดีต
           เนยเห็นพื้นที่ปัจจุบันนั้นได้กลายเป็นทุ่งนา ทุ่งหญ้า และเห็นบ้านหลังหนึ่งตั้งอยู่กลางทุ่งนา บ้านหลังนั้นกำลังมีงานเลี้ยงฉลองกันอยู่ เนยจึงเดินเข้าไปดูในบ้านก็พบหญิงสาวที่ออกมาจากตู้เสื้อผ้า นั่งอยู่ในบ้าน กำลังพูดคุยกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ เนยมองดูรอบๆบ้าน จึงรู้ว่า บ้านหลังนี้กำลังจัดงานแต่งงานให้กับคู่บ่าวสาวและเจ้าสาวที่เนยเห็นนั้นคือ หญิงสาวที่ออกมาจากตู้เสื้อผ้า!
           บรรยายภายในบ้านกำลังอบอวลไปด้วยความสุข ขณะนั้นเอง เนยก็เห็น ผู้ชายคนหนึ่งเดินถือปืนเข้ามาในงานแต่งแล้วเล็งปืนไปที่เจ้าสาวของงาน ปัง! ปัง! ปัง! เสียงปืนดังขึ้นกลางงาน เจ้าสาวลุ้มลงและจากโลกนี้ไปทันที ทุกคนในงานรีบเข้ามาห้อมล้อมเจ้าสาว เสียงรถพยาบาล รถตำรวจ ดังสนั่นไปทั่วพื้นที่ แล้วเนยก็สะดุ้งตื่นด้วยความเหนื่อยล้า สายตาของเนยจ้องมองไปที่ตู้เสื้อผ้า ทันใดนั้นเองประตูตู้เสื้อผ้าก็เปิดออกเองอัตโนมัติโดยไม่มีใครเดินไปเปิดเองแม้แต่น้อย.


            

วันอังคารที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ห้องพักที่ไม่เคยว่าง! ตอนที่ 1

วันนี้จะมาเล่าถึงห้องพักของเนยคะ ว่ามีความพิเศษยังไงบ้าง.......................

              ในช่วงที่เนยกำลังเรียนหนังสือและหาหอพักใหม่อยู่นั้น เนยก็เดินตามซอยต่างๆที่คุ้นตาว่าจะมีหอพักไหนบ้างที่มีห้องเช่าว่างให้เช่า แล้วเนยก็ไปสะดุดตากับหอพักแห่งหนึ่ง ที่ใช้ชื่อว่า "หอพักสตรี....." เมื่อเนยเจอหอพักนี้ เนยเลยเข้าไปถามคนดูแลหอว่ามีห้องว่างให้เช่ารึเปล่า ซึ่งคนดูแลหอก็บอกว่า "มีห้องว่าง" และพาเนยไปดูห้อง
             บรรยากาศภายในหอ ขณะนั้น เนยบอกว่า "ปกติดี ไม่มีอะไรน่าสงสัย" แล้วเนยก็ไปดูห้อง ชั้นสอง เป็นห้องใหญ่ ซึ่งเนยบอกว่า อยู่คนเดียวห้องใหญ่ขนาดนี้มันดูเหงาๆชอบกล เนยเลยขึ้นไปดูห้องชั้นสาม ซึ่งเป็นห้องที่มีขนาดเล็กว่าห้องชั้นสองหน่อยนึง เนยบอกว่า "พอเปิดเข้าไปดูในห้อง ก็รู้สึกถูกใจ ดูแล้วบรรยายกาศไม่เงียบเหงาเท่าไหร่ " เนยจึงตัดสินใจเลือกห้องนี้ และเลือกทำสัญญาเช่าห้องทันที โดยตอนทำสัญญาเนยก็เหลือไปเห็นหมายเลขห้องว่า "313"
              เมื่อทำสัญญาเช่าห้องเรียบร้อย เนยก็โทรศัพท์ชวนฉันกับน้องใจไปช่วยย้ายของ แต่น้องใจไม่ว่าง ฉันกับเนยจึงช่วยกันขนของเพียงสองคน โชคดีที่ของ ของเนยไม่เยอะเท่าไหร่ แต่เราสองคนก็ขึ้นลงจากชั้น 1 ไปชั้น 3 กันหลายรอบ ซึ่งก็ทำให้เราสองคนเหนื่อยหมดแรงไปเหมือนกัน เราสองคนจึงพักเอาแรงก่อน
              ช่วงพัก เนยก็ไปหาซื้อของกินที่ร้านข้างหอมาเพิ่มพลัง ส่วนฉันก็ตั้งใจว่าจะนอนพักสักหน่อย ในขณะนั้นเองช่วงที่กำลังจะนอนเอนตัวลงไปนั้น สายตาฉันก็เหลือบไปเห็น คาน ! คานอันใหญ่วางพาดผ่านกลางห้อง เหมือนแบ่งครึ่งห้องไปในตัว ฉันจึงลุกขึ้นมานั่งเล่นโทรศัพท์มือถือทันที  ก็นะใครจะไปนอนลง ในเมื่อคานอยู่บนหัว
             พอเนยเดินเข้าห้องมา ฉันจึงถามเนยว่า "แกสังเกตเห็นคานในห้องรึเปล่า?" เมื่อเนยได้ยินสิ่งที่ฉันพูดไป เนยก็ทำหน้าตกใจ แล้วมองดูคานบนเพดานห้อง เนยบอกว่า "หืม! เพิ่งเห็น!!" แล้วก็บอกต่อว่า "ตอนแรกที่เลือกห้องนี้เพราะดูแล้วบรรยากาศไม่เหงานะ ไม่ได้สังเกตดูคาน ดูเลขห้องเลย!!" พอเนยพูดถึงเลขห้อง ฉันเลยลุกไปดูเลขห้อง พอฉันเห็นเลขห้องถึงกับพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว แต่อีกใจหนึ่งก็คิดว่า "อืม!เราคนไทยไม่ใช่ฝรั่ง เลข 13 ไม่น่าจะมีผลกับเรานะนะนะนะนะนะ" แล้วก็พูดปลอบใจเนยไปในสิ่งที่ฉันคิด!
              ตกเย็นวันนั้นหลังจากขนของเสร็จ ฉันก็ลาเนยกลับบ้าน ส่วนเนยก็จัดของใหม่ในห้องให้เข้าที่เข้าทาง ในช่วงเวลานั้นเอง เนยก็ได้รับรู้ว่า "เนยไม่ได้อยู่คนเดียวในห้องอีกต่อไป" 
           

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2558

เรื่องเล่าจากในซอย

         จากที่ค้างไว้ในตอนเด็กน้อยริมระเบียง คราวนี้ก็มาถึงเรื่องราวในซอยของฉันบ้าง เป็นทุกๆที่ เป็นธรรมดาที่จะต้องมีคนตาย แต่ที่ตรงนี้ ณ ซอย นี้ ที่ฉันเพิ่งเข้ามาอยู่ใหม่ ยังคงมีวิญญาณจากความตายที่ยังไม่ไปไหน อาจจะหาตัวตายตัวแทนหรืออาจรอเวลาที่จะล้างแค้นก็เป็นไปได้
         เรื่องมันเริ่มต้นจาก ฉันกำลังหาที่พักใหม่ เลยได้เดินสำรวจหาที่พักกับน้องใบ ขณะนั้นเองก็ได้เดินมาเจอ ณ ที่อยู่ปัจจุบัน พอได้เดินสำรวจพื้นที่และห้องฉันก็รู้สึกว่า โอเคนะ แล้วก็นึกในใจว่า "อยากรู้จังว่าที่นี้มีอะไร เหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นรึเปล่า?" แค่คิดขึ้นมาลอยๆแบบไม่ใส่ใจอะไรมาก จนกระทั่งก่อนกลับได้ไหว้เจ้าที่ที่หอพักนี้แล้วก็เดินทางกลับ
         สองสามวันต่อมา ฉันก็ฝันว่า มีคนพาไปดูที่แห่งหนึ่ง ลักษณะคล้ายกับซอยที่ฉันเคยเดินเข้ามากับน้องใบ ฉันคิดว่าน่าจะเป็นซอยเดียวกันนั้นแหละ คนที่พาไปนั้น เค้าพาฉันหยุดอยู่กลางซอย รอดูสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ซึ่งฉันไม่อาจทราบได้ว่าตกลงเป็นจริงหรือไม่ เพราะได้ค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตแล้ว ก็ไม่พบอะไรเลย 
          ภาพที่ฉันเห็นคือ มีรถแท็กซี่สีชมพูหรือขาวชมพู กำลังขับรถเข้ามาในซอย เวลาตอนนั้นคือกลางคืน มืดมาก เหมือนไม่มีไฟริมทาง ในรถคันนั้นคนขับใส่เสื้อสีน้ำเงินซึ่งเป็นชุดเครื่องแบบของคนขับแท็กซี่ รับผู้โดยสารมาสองคน คือ ชาย 1 หญิง 1 ผู้หญิงค่อนข้างอวบอ่วม ใส่เสื้อสีขาว กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน สะพายกระเป๋าข้างสีน้ำตาล 
        ส่วนผู้ชาย ฉันเห็นหน้าไม่ชัด บรรยายกาศภายในรถ คือ ผู้โดยสารสองคนชวนคนขับแท็กซี่คุย ระหว่างนั้นฉันรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลของผู้โดยสารสองคนนี้ สักพัก ฉันก็เห็นผู้หญิงหยิบอุปกรณ์อะไรสักอย่างจากกระเป๋าออกมาแล้วตรงเข้าที่สะโพกของคนขับแท็กซี่ จากนั้นฉันก็ได้ยินเสียงคนร้องโวยวาย แล้วก็มีผู้ชายคนนึ่งเดินมาบอกว่า "เค้าฆ่าชิงทรัพย์ มีคนตาย และเค้ายังไม่ไปไหน"
         ได้ยินเสียงคนนี้พูดเสร็จ ฉันก็ตื่น แล้วมานั่งคิดทบทวน ฉันก็ได้รู้คำตอบแล้วว่า ในซอยที่ฉันกำลังจะไปอยู่ใหม่นั้นมีประวัติอย่างไรและก็เพิ่มเติ่มในส่วนที่เนยสัมผัสได้ว่า แถวนี้ แต่ก่อนมีต้นไม้เยอะ เจ้าจันทร์กับเจ้านายอยู่แถวมานานแล้ว จากสภาพความเป็นอยู่ในปัจจุบัน ต้นไม้หายไป มีตึกใหม่ขึ้นมาแทน แต่เส้นทางการเดินรถในซอยนั้นยังคงเป็นแบบเดิมที่ฉันเห็นในฝัน แล้วพอฉันกำลังจะขึ้นตึกสายตาก็เหลือบไปเห็น แท็กซี่สีชมพู แท็กซี่สีขาวชมพู จอดอยู่ใต้ตึก หัวใจในตอนนั้น รู้สึกหวิวๆ นิดๆ แยงๆรถแท็กซี่สีนี้ขึ้นมาทันที!.


                                 The End.

        

วันพุธที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2558

ความปรารานาดีของเนย! ตอนที่ 6

เแล้วเธอก็มาจริงๆ.........

                ก่อนหน้านี้ฉันได้คุยกับพี่ไดมาว่า "พี่ไดไม่สามารถคบสาวๆที่หมายปองได้เป็นเวลานาน ซึ่งตัวพี่ไดเองก็ค่อนข้างงงเหมือนกันว่าสาเหตุมาจากอะไร เพราะอยู่ๆผู้หญิงที่คุยด้วยก็จะหายไปดื้อๆโดยไม่มีสาเหตุ ซึ่งเป็นแบบนี้มาได้สักพักแล้ว " ถ้ามาคำนวณคำว่า สักพัก ฉันกับเนย คิดว่า น่าจะเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่พี่ไดเจอผีหญิงสาวตนนี้ก็ประมาณปีหรือสองปี  ฉันกับเนยคุยจึงคุยกันถึงเรื่องนี้และเรื่องต่างๆที่ผ่านแล้วสรุปจนได้ใจความสำคัญว่า
     
"ผีผู้หญิงตนนี้ไม่ยอมไปจากพี่ไดแน่ๆ เธอจะอยู่กับพี่ไดไปตลอด และจะขัดขวางความรักของพี่ไดไม่ให้สมหวัง"

               สาเหตุที่ขัดขวางความรักนั้นคงไม่มีอะไรมากนอกจากคำว่า รัก หวง และห่วง ดูท่าแล้วผีสาวตนนี้ถ้าจะรักพี่ได เอามากๆ  ฉันเลยตัดสินใจส่งข้อความบอกพี่ไดอีกครั้งเพื่อยืนยันว่า ผีสาวตนนั้นยังอยู่ไม่ไปไหน เค้าจะขัดขวางความรักของพี่ตลอด พี่จะไม่มีทางได้สมหวังในความรัก และสิ่งที่พี่ไดตอบกลับมาคือ "พี่ไม่เชื่อพวกเธอสองคนหรอก สาวคนอื่นที่หายไปอาจเป็นเพราะนิสัยของพี่ก็ได้ พี่ยังไม่รู้สึกอะไรเลย แถมคนอื่นก็ยังไม่เห็นอะไรเลย มีแต่พวกเธอสองคนเนี่ยแหละที่เห็น เพี้ยนรึเปล่า? " ฉันอ่านข้อความนี้ถึงขั้นเงิบเลย เลยส่งให้เนยอ่าน
                    เนยก็เงิบเช่นกัน!! ความปรารถนาดีของเนยกลายเป็นความเพี้ยนไปซะแล้ว แถมโดนทั้งคน ทั้งผีด่าอีก บุญเนยกับพี่ไดคงจะทำมาน้อย ด้วยความหวังดีของเนยเลยไม่สามารถช่วยอะไรพี่ไดได้ อย่างมากก็แค่ พาไปทำบุญแค่นั้น แล้วพี่ไดก็ส่งข้อความมาอีกว่า "ถ้าเค้าคิดไม่ดีจริงๆ เค้าคงเอาพี่ไปนานแล้ว" ฉันเลยตอบกลับไปว่า "เค้าไม่ได้ต้องการเอาชีวิตพี่คะ เค้าอยากอยู่ด้วยกับพี่ ที่ยังไม่เอาอาจเพราะมันยังไม่ถึงเวลาหรือเค้าอยากอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆก็เป็นได้"
                    พี่ไดก็ส่งข้อความกับมาว่า "ถ้าเค้าจะเอาจริงๆ ชีวิตพี่ ก็ให้เค้าได้นะ พี่ไม่อะไรกับใครละ ขออยู่เรื่อยๆแบบนี้ดีกว่า" นี้ตกลงพี่แกพิมพ์ประชดฉันกับเนยใช่ไหมเนี่ย! หรือบอกเจ๊ผีสาวตรงๆว่ายังไงก็ได้นะเจ๊ แต่ก็ช่างเถอะ หลังจากอ่านมาถึงประโยคนี้ ฉันกับเนยก็ตัดสินใจว่าจะเลิกยุ่งกับพี่ได เพราะคุยไปก็เปล่าประโยชน์ แถมยังโดนเหน็บว่าเหมือนไปจีบพี่แกอีก ทั้งๆที่เรื่องทั้งหมดก็เพียงแค่ อยากช่วยแกให้หลุดจากผีสาวตนนี้เท่านั้น!
                  วันนั้นเนยจึงตัดสินใจ block facebook พี่ได ทันที และหยุดการช่วยเหลือพี่ไดทุกรูปแบบ อันเนื่องมาจากตัวพี่ไดเองและผีสาวตนนั้น ส่วนฉันยังคงเป็นเพื่อนกับพี่ไดอยู่เพื่อตามความเคลื่อนไหวต่อไป คืนนั้นก่อนนอนเนยเห็นเหมือนลักษณะเงาคนมาแว่บๆเดินผ่านที่ประตู แต่ก็ไม่ได้ใส่อะไรมาก เพราะคิดว่าผู้หญิงตนนั้นแค่ตามมาดูเฉยๆแล้วจากไป เนื่องจากวันนี้เนยไม่ได้คุยกับพี่ไดแม้แต่นิดเดียว  คืนนั้น เนยก็ฝันเห็นผู้หญิงคนนั้น ยิ้มแสยะให้แล้วเค้าก็เดินหันหลังจากไปพร้อมกับคำว่า "อย่ายุ่ง!" 
                  หลังจากวันนั้นเนยก็ไม่ได้ติดต่อพี่ไดอีกเลย ชีวิตเนยก็กลับมาเป็นปกติ เน็ตหอก็ไวเหมือนเดิม ส่วนฉันก็โดนพี่ได unfriend ใน facebook เรียบร้อย คงเหลือแต่พี่ไดปล่อยให้ฉัน follow ชีวิตพี่แกฝ่ายเดียว  หนึ่งเดือนต่อมาพี่ไดได้ โพสรูปสาวคนใหม่ของแกขึ้นแล้วบรรยายถึงความรักครั้งใหม่แบบมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้ง อวดสายตาของเพื่อนๆในโซเซียล แน่นอนว่าท้าทายฉันด้วย ว่า ที่ฉันบอกพี่ไดไปนั้นมันไม่จริงเลยสักนิด!! แต่แล้วหลังจากนั้นไม่นาน พี่ไดก็ขึ้นสเตตัสว่า "โสด จนเคย ชิน โดนทิ้งเหมือนเดิม!"ฉันละอยากจะคอมเม้นใต้สเตตัสพี่แกจริงๆเลยว่า "พี่ไม่ได้โสดคะ ผีเมียพี่เกาะหลังพี่อยู่!!!"

                                      จบแล้วจ้า........

ความปรารถนาดีของเนย! ตอนที่ 5

          
         เมื่อเห็นแบบนั้นแล้ว.....เนยจึงมองผู้หญิงคนนั้นกลับอย่างไม่สะทกสะท้านและไม่เกรงกลัวอีกต่อไป 

สักพักใบหน้าของหญิงสาวก็ค่อยๆเลือนหายไปจากกระจกอย่างช้าๆ แล้วเน็ตก็กลับมาไว hi speed เหมือนเดิม ขึ้นข้อความที่พี่ไดพิมพ์บอกเนยว่า "จะหาเรื่องคุยกับพี่ คุยเรื่องอื่นก็ได้ ที่ไม่ใช่เรื่องแบบนี้" เนยเงิบ O~O!
เนยเลยปิดหน้าต่างแชทของพี่ไดแล้วส่งข้อความมาคุยกับฉันแทนว่า
"แก! เมื่อกี้ผีเมียพี่ไดมาว่ะ แมร่งน่ากลัวชิบหาย มันเอาหน้ามาชิดกระจกห้อง ฉันเลยเว้ยยยย"
ฉันตอบเนยไปว่า "หืม! เมื้อกี้พี่ไดมันก็ทักมา มันบอกว่าอยากจะลองจีบแก?"
เนย : =_________=!
ฉัน : กรูไม่เกี่ยวนะ!!!
เนย : เข้าใจละ! ว่าทำไมผีเมียพี่แกถึงมา
ฉัน : ตกลงเป็นทั้งผี เป็นทั้งเมีย หรอ?
เนย : อืม! จากสภาพทุกครั้งที่พี่ไดมาคุยด้วย ผีเมียพี่แกมาหาฉันทุกครั้ง!
ฉัน : สงสัยถ้าจะทั้งรัก ทั้งหวง ทั้งชั่งแก 5555
เนย : หึ หึ หึ ถามกรูซักคำไหมว่ากรูจะเอา -__-'
ฉัน : <[-_-]>!!!! เรียกเมียนี้แสดงว่าได้กันแล้วใช่ไหม?
เนย : เรียกเมียเพราะผัวมันทักมาทีไร! มันมาหากรูทุกที เลยเรียก เมีย!
ฉัน : อืม!! ผีเมีย
เนย : พรุ่งนี้ไปหานะ อยู่ห้องไม่ไหวละ โดนผีเมียก่อกวน!
ฉัน : โอเค!
  
 วันรุ่งขึ้นเนยก็มาหาฉันแต่เช้า ฉันเลยชวนเนยไปวัด เพื่อ ทำบุญให้หญิงสาวคนนั้น เนยก็ถามฉันว่า
"ถ้ามันไม่เอา ไม่รับละแก?"
ฉันเลยบอกเนยไปว่า
 "ถ้าเค้าไม่รับ! แกก็ทำไว้เป็นสเบี่ยงบุญให้ตัวแกเองเถอะ จะได้ปลอดภัยจากเขา เผื่อเขาคิดทำร้าย"
เนยตอบว่า "อืม! แมร่ง! เมื่อคืนหน้ากลัวชิบหาย นึกถึงแล้วสยอง วันนี้เลยขอมารบกวนแกหน่อยละกัน"
ฉันตอบว่า "ไม่เป็นไรแก ช่วยๆกัน"

                 ตอบเนยเสร็จแล้ว ก็เฉลียวในใจขึ้นมาว่า ถ้าวันนี้คุยกับพี่ได ผีเมียแกมาที่ห้องแน่ๆ!!!!!

วันอังคารที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2558

ความปรารถนาดีของเนย! ตอนที่ 4

 
           เมื่อหญิงสาวยังอยู่และไม่ยอมจากไปไหน........................

           คืนนั้นเนยได้คุยกับพี่ไดผ่านทาง facebook พี่ไดก็ได้เล่าถึงการทำบุญให้หญิงสาวคนนั้น แล้วพี่แกก็ไม่ได้รู้สึกถึงการมีอยู่ของหญิงสาว แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เน็ตที่ดีๆอยู่ๆก็หลุด..... แล้วเสียงคนตบประตูก็ดังขึ้น ปังงงง! เนยเงยหน้าจากคอมฯไปที่ประตูทันทีแล้วสายตาของเนยต้องหยุดชะงักเมื่อเนยเห็นใบหน้าของหญิงสาวจ้องมองมาผ่านทางกระจกบนประตูห้องของเธอ!!!
           "เชรี่ยยย!! ยังอยู่!" เนยอุทานในใจ แต่พิมพ์บอกพี่ไดไม่ได้แล้ว เพราะสัญญาณอินเตอร์เน็ตได้ขาดหายไป เนยจึงตัดสินใจโทรหาฉัน แต่ไม่ติด! ไร้ซึ่งสัญญาณโทรศัพท์ เนยถึงขั้นงงว่า "นี้หรือคือใจกลางเมือง!" แล้วเสียงคนตบประตูก็ดังขึ้นอีกครั้ง! คราวนี้เนยถึงขั้นสะดุ้ง!ตกใจด้วยความกลัว เนยจึงรวบรวมความกล้าอีกครั้งโทรหาฉัน เดชะบุญ รอบนี้โทรติด!
            เมื่อฉันรับสาย เนยก็รีบพูดถึงเหตุการณ์ที่เจออย่างรวดเร็ว แต่สัญาณโทรศัพท์ก็ติดๆขัดๆจนแทบจะฟังไม่รู้เรื่อง ฉันจึงตัดสินในใจวางสายแล้วโทรกลับหาเนยอีกครั้ง โชคยังดีที่คราวนี้สัญญาณดีขึ้นกว่าเดิมและคุยกันรู้เรื่องมากขึ้น พอฉันได้รับรู้กับเหตุการณ์ที่เนยเจอ ฉันถึงกับงง กับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก พลางคิดในใจว่า "ถ้าบอกพี่ไดไป เค้าจะเชื่อไหมเนี่ย?" 
             เช้าวันต่อมาฉันจึงตัดสินใจลองคุยกับพี่ไดดูและก็เป็นดั่งที่ฉันคิดไว้! พี่ไดไม่เชื่อในสิ่งที่เนยพูด พี่ไดบอกว่า "เป็นไปได้ยังไงในเมื่อพี่ไม่รู้สึกอะไรเลย เพื่อนน้องมั่วรึเปล่า!" ที่แรกก็คิดว่าเนยมั่วเหมือนกันนะ แต่พอได้เจอพี่ไดก็พบว่า สีหน้าพี่แกหมองคล้ำไปนะ แววตาดูเหนื่อยๆชอบกล รู้สึกถึงผู้หญิงคนนั้นนิดๆ อืม ! แปลกดี แต่ฉันก็ไม่ได้พูดอะไรมาเพราะพี่ไดแกเชื่อแบบนั้นจริงๆ 
              หลังจากที่ฉันคุยกับพี่ไดไปแล้ว พี่ไดก็ส่งข้อความหาเนย ว่า "พี่ไดไม่เชื่อที่เนยพูดเพราะแกไม่รู้สึกอะไรเลย หรือเป็นเพราะเนยคิดมากไป? จินตนาการไปเองรึเปล่า?" ทันทีที่เนยได้รับข้อความเน็ตที่ hi speed ก็ low down ทันที(นี้มันผีเน็ตชัดๆ -_-) พร้อมกับเสียงคล้ายคนเอามือฟาดหรือตบประตูแรงๆดังๆหนึ่งครั้ง ปังงงงง!!!!เนยรีบก้มลงดูที่บานประตูทันทีเพื่อดูว่ามีใครยืนแกล้งอยู่หน้าประตูห้องเนยรึเปล่า คำตอบที่ได้คือ ว่างเปล่า ไม่มีใครยืนอยู่หน้าห้อง!
              เนยจึงเงยหน้ามองกระจกบนประตูห้องก็พบกับ หญิงสาวเอาหน้าชิดกระจกยิ้มแสยะให้อย่างสะใจ!!! เนยคิดได้ในทันทีเลยว่า "นี้กรูเข้าไปยุ่งเรื่องผัวๆเมียๆชัดๆ"

         
                          

ความปรารถนาดีของเนย! ตอนที่ 3

                               จะช่วยยังไงหรอแก???......... นี้คือสิ่งที่ฉันถามเนยกลับไป

เนยทำหน้าครุ่นคิดอยู่สักพัก!แล้วหันมาบอกฉันว่า "สงสัยต้องให้แกช่วยคิดแล้วละ!"
"นั่นไง! กรูว่าละ" ฉันคิดในใจแต่ตอบเพื่อนไปว่า "อืม" 
เราสองคนจึงวางแผนนัดเจอพี่ได ชวนพี่แกไปทำบุญ แล้วตัดสินใจบอกแกตรงๆว่าเราพบเจอใครที่ตามแกมา ซึ่งก็ได้คำตอบจากพี่ไดมาว่า
"อ่อ ผู้หญิงที่ตามพี่มาหรอ พี่ไม่เคยเห็นหรอกนะ แต่เคยรู้สึกว่ามีคนตามอยู่ แต่มองไม่เห็น พี่คิดว่าเค้าคงมาดี คงไม่ได้มาร้าย"
ฉันละคิดในใจว่า "ที่กรูเจอในฝันะ มันไม่ได้มาดีว่ะ" แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป แล้วพี่ไดก็เสริมต่อว่า 
"มีน้องคนนึ่งที่พี่รู้จักนะ เค้ามีเซนส์ เค้าก็บอกว่ามีผู้หญิงตาม!"
ฉันกับเนยก็ทำหน้าอึ้งๆนิดๆ ฉันถามพี่ไดไปว่า "อืม งั้นเราไปทำบุญให้เค้าดีไหมพี่ บางทีเค้าอยากได้บุญก็ได้"
พี่ไดก็รับปากตกลงว่า "เอาสิ" 
                 ช่วงนั้นเป็นช่วงก่อนเข้าพรรษา พวกเราจึงพากันถวายเทียนพรรษากับผ้าอาบน้ำฝน อุทิศส่วนกุศลไปให้ผู้หญิงคนนั้น ตอนถวายเทียนหลวงพ่อที่วัดก็บอกว่า "การถวายเทียนพรรษาคือก็บูชาพระธรรม เพื่อให้เกิดปัญญา มีปัญญาแตกฉาน" ฟังมาถึงตรงนี้แล้วสะอึกเล็กน้อย หลวงพ่อ ท่านบอกพวกเรา หรือ บอกกลายๆไปถึงสาวคนนั้น พอถวายเทียนเสร็จ พวกเราก็พากันไปเที่ยววัดอื่นต่อ พี่ไดก็ถ่ายรูปพวกเราด้วย จนกระทั้งถ่ายรูปเสร็จแล้วพวกเราก็พากันกลับบ้าน
                  เย็นวันนั้น พี่ไดก็ส่งข้อความทาง facebook ไปคุยกับเนย แต่ว่า เน็ตที่ไว เร็ว แรงสปีด ของหอเนยมีอันต้องหยุดชะงักลงพร้อมกับเสียงเคาะประตูห้อง และการเดินผ่านหน้าต่างให้เนยเห็นแบบจะจะ!!! เนยบอกว่า"อื้อหื้อ มองกรูด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรเลยเมริงงง!!" แล้วคืนนั้นเนยก็ฝันเห็นผู้หญิงคนนี้ ในฝันเธอกับเนยว่า "อย่าเสือก! ไอ้นี้เป็นของกู!!!" ช่างเป็นผีผู้มีพิษรักแรงหึงโดยแท้ ( -___-)!
                   วันต่อมาเนยเลยมาปรึกษาฉัน ฉันเลยบอกพี่ไดให้ทำสังฆทานให้ผู้หญิงคนนี้ พี่ไดก็ไปทำให้ และส่งข้อความทาง facebook มาว่า "หลวงพ่อที่วัดท่านก็ถามว่าพาใครมาด้วยรึเปล่าโยม?" พี่ไดก็ไม่ตอบท่าน แล้วพี่ไดก็บอกว่า "ผู้หญิงคนนี้คงไปแล้วมั้ง? พี่ทำบุญให้ไปละ" 
  
                   ฉันก็หวังให้เป็นแบบนั้นแต่แล้ว มันกลับไม่ได้เป็นแบบที่คิดไว้เลย..........

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558

ความปรารถนาดีของเนย! ตอนที่ 2


                    พอได้ยินเนยพูดแบบนั้น เอาล่ะสิ งานเข้าซะแล้ว.......................

                  คืนนั้น เนย เล่าให้ฟังว่า "ตั้งแต่เห็นพี่ไดเดินมานะ ก็รู้สึกว่า ปวดหัวหนักมาก ฉันเลยพยายาม รวบรวมสมาธิและสายตา จ้องไปยังพี่ไดสุดๆ ว่าพี่ไดพกอะไรมาด้วยรึเปล่า ก็เลยจ้องไปเรื่อยๆ"
ฉันเลยนึกขึ้นได้ว่า อ่อ ที่เนยจ้องพี่ไดเอามากๆเพราะเหตุนี้ นี้เอง แล้วเนยก็เล่าต่อว่า "พอจ้องไปเรื่อยๆนะแก ช่วงที่เหงื่อกำลังจะไหลเข้าตาพี่ไดนะ ฉันก็เห็นมือคน! มือคนจริงๆนะแก วางอยู่บนไหล่ของพี่ได!!!!"
                 คุณพระ!  ถ้าจะเล่าขนาดนี้ คืนนี้คงไม่ต้องนอนละมั้งคะ ! แล้วเนยก็บอกต่อว่า "ช่วงที่พี่ไดถามฉันว่ามองทำไมนะ! แก เอ๋ยยยย จังๆเลยเว้ยยยย ฉันก็เห็นผู้หญิงค่อยๆยื่นหน้าโผล่มาจากหลังพี่ไดอ่าาา" ลักษณะของผู้หญิงคนนั้น เนยเห็นชัดมาก คือ ผมยาว ใส่เสื้อสีขาวขาดรุงริ่ง ใบที่บู้ดเบี้ยว ดวงตาสีขาวโพนนน ไม่มีนัตย์ตาสีดำ ยืนมองเนย แล้วก็ ยิ้มสะแยะให้เหมือนเป็นการทักทายเนยว่า "ฉันอยู่นี้นะ! เธอเห็นฉันรึยังจ๊ะ!!!"
                ฉันรับฟังเพื่อนแบบตั้งใจมาก คืนนี้สาวคนนั้นคงมาหาเนยแน่ เพราะรู้จักกันแล้วนิ! แล้วเนยก็พูดต่อ"ยิ่งตอนไปกินข้าวนะเว้ย คือ แบบสาวคนนั้นยืนอยู่หลังพี่ได ตลอดเลยแหละ ไม่ขยับไปไหนเลย จ้องฉันอยู่นั้นแหละ ฉันถึงได้ก้มหน้าก้มตากินข้าวไง พวกแกก็ชวนกันคุยอยู่นั้นแหละ ไม่เสร็จสักที " อืม ฟังมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกผิดกับเนยจริงๆแหละ ตัวฉันเองก็ไม่ได้เห็นสาวนั้นกับเนยหรอกนะ แต่ก็รู้สึกว่าพี่ไดแกมีคนตามมาด้วย เลยไม่ได้สนใจ เนียนๆไปว่าเราไม่รู้สึก!
                "ไม่รู้ว่าพี่แก ไปเอาสาวนี้มาจากไหน แต่ที่แน่ๆไม่ดีแน่ๆเลยว่ะ" เนยพูดต่อ ฉันเลยบอกให้เนยไปอาบน้ำแล้วคืนนี้เรามาสวดมนต์กัน คือ กันผู้หญิงคนนี้สักหน่อยเถอะ แล้วคืนนั้นฉันก็ฝันเห็น "พี่ได เขาเดินไปถ่ายรูปให้กับเพื่อน บริเวณที่มีสนามหญ้าสีเขียว มีพุ่มต้นไม้ แล้วก็มีเสาไม้ยาวๆ คล้ายเสาธงชาติของโรงเรียน ฉันเห็นพี่ไดยืนคุยหยอกล้อกับเพื่อนๆสาวๆ แล้วก็เห็นผู้หญิงใส่ชุดสีขาวขาดรุงริ่ง ใบหน้ามีบาดแผล ดวงตาสีขาว นัยต์ตาดำไม่มี! ยืนยิ้ม อยู่ข้างหลังพี่ได และ เธอก็พูดขึ้นว่า "กุชอบไอ้คนนี้ว่ะ กุจะไปอยู่ด้วย!" 
              เป็นอะไรที่นึกถึงแล้วรู้สึกแย่มากๆ กับความฝันนี้! ส่วนเนยคืนนั้น ก็ตามที่คิดไว้ ผู้หญิงคนนั้น มายื่นอยู่หน้าห้องฉัน เคาะประตู ถึงเนย แล้วก็จากไป พอตื่นขึ้นมา ฉันก็เล่าความฝันนี้ให้เนยฟังทันที และเนยก็ได้ขอสรุปว่า "ฉันจะช่วยพี่ได ให้รอดพ้นจากผู้หญิงคนนี้ว่ะ ไม่งั้นแกไม่รอดแน่!"
   

   


                   

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558

ความปรารถนาดีของเนย! ตอนที่ 1


             เรื่องราวที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เพราะเรื่องค่อนข้างยากที่คนทั่วไปจะรับสัมผัสและรับรู้ได้!

นั้นคือเรื่องของเนย เพื่อนสนิทของฉันเองคะ  เรื่องมีอยู่ว่า วันหนึ่ง ฉันได้มีโอกาสรู้จักกับพี่ได ช่างภาพอิสระที่มาถ่ายรูปให้กับแฟนของฉัน ในงานคราวนั้นฉันได้ชวนเนยมาด้วย คือให้มาเป็นเพื่อน ช่วยถือของ และถ่ายรูปด้วยกัน ทำให้เนยได้รู้จักกับพี่ได
              ครั้งแรกที่เนยได้พบกับพี่ไดนั้น เนยมองพี่ไดตาไม่กระพริบ สายตาของเธอจับจ้องไปที่พี่ไดมาก จนพี่ได ถามเนยว่า "มองพี่ทำไม?" เนยเลยตอบไปว่า "เหงื่อไหลตาแล้วคะพี่" ซึ่งเหงื่อก็ไหลเข้าตาพี่ไดจริงๆ = =' พอเสร็จงานถ่ายรูป พวกเรา 4 คน จึงพากันไปกินข้าวที่ร้านอาหารใกล้ๆบ้าน เนยก็ยังมองพี่ไดเหมือนเดิม แต่คราวนี้ มองแล้วก็หลบสายตา สักพักก็ก้มหน้าก้มตา นั่งกินข้าว อย่างเงียบๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่คนอื่นกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน จนพี่ได ฉัน ต้องชวนเนยคุย 
"เหมือนเนยจะไม่สบายนะ" ฉันพูดออกมาเพราะเห็นสีหน้าเพื่อนเริ่มซีด
"อากาศมันร้อนนะแก เลยเพลียๆ" เนยตอบ
"หรือแพ้ความหล่อของพี่" พี่ไดแซวเล่น ซึ่งแมร่งก็กล้าเล่น เพราะคำพูดกับหน้ามันไม่เข้ากันเลยยยยย
             เมื่อพี่ได พูดจบ เสียงหัวเราะก็ตามมา บรรยายกาศก็เริ่มดีขึ้น พอพวกเรากินข้าวเสร็จแล้ว ก็แยกย้ายกันกลับ แต่วันนี้เนยขอมานอนที่บ้านฉันเพราะบ้านเนยอยู่ไกลและตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว เนยเลยจะกลับบ้านวันพรุ่งนี้ตอนเช้า พอถึงบ้านฉันปุ๊ป เนยก็ปาดเหงื่อแล้วพูดขึ้นว่า "แก ของพี่ได แรงชิบหาย!!"
เมื่อได้ยินเนยพูดอย่างนั้น ฉันตกใจทันที จึงถามต่อว่า. "ของอะไรแก?" 
เนยตอบว่า "ก็เจ๊ผู้หญิงที่มากับพี่ไดไง"


                               " หืม!!! พี่ไดแกมาคนเดียว ไม่ได้มีสาวมาด้วยยยยย แล้วที่เนยเห็นคืออะไร!!!"



วันจันทร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2558

อณุสรณ์สถานแห่งความรักและความภักดี

           เมื่อสองสัปดาห์ก่อนได้ไปเที่ยวกับน้องใบมาค่าาา(ผ่านเหตุการณ์น้องชายคลานมา เราก็ยังเป็นมิตรที่ดีต่อกันนะ อิอิ) วันนี้เลยจะมาเล่าให้ฟังว่าไปเที่ยวกับน้องใบ มาแล้วนั้น เป็นยังไงบ้างงง
            เริ่มที่ตัวฉันเองกับน้องใบนั้นได้นัดกันจะไปวัดเพื่อกราบหลวงพ่อที่นับถือ แต่หลวงพ่อท่านไม่ว่าง เลยตกลงกันว่าจะไปที่เที่ยวที่อื่นแทน และที่แห่งนั้น คือ เกาะเกร็ด พวกเราเริ่มออกเดินทางจากที่พักในเวลาเกือบสิโมงไปถึงที่จอดรถ ก่อนที่จะนั่งเรือข้ามฟากไปเกาะเกร็ดนั่นใช้เวลาประมาณสามสิบนาที แต่ปรากฎว่า ที่จอดรถเต็มคะ หาที่จอดรถไม่ได้ก็นั่งเรือไปเกาะเกร็ดไม่ได้ เอาละซิ! 
             ระหว่างนั้นเอง ฉันกับน้องใบก็เหลือบไปเห็นป้ายชี้ทางไป "วัดกู้ (พระนางเรือล่ม)" เราสองคนเลยตัดสินใจไปวัดกู้ก่อนแล้วค่อยวนรถกลับมาเกาะเกร็ด สาเหตุที่อยากไปวัดกู้นั่น เพราะว่าน้องใบ อยากเข้าไปกราบเสด็จแม่ พระนางเรือล่มคะ เนื่องจาก น้องใบ เคยเรียนที่ มหาวิทยาลัย ราชภัฏสวนสุนันทา และนางไม่เคยมาวัดนี้เลย
             พอไปถึงวัดปุ๊ป พวกเราก็เข้าไปกราบพระนอนก่อน แล้วเดินไปดูเรือที่ล่มในวันนั้น บรรยายกาศดูหดหู่ขึ้นมาทันที จากนั้นพวกเราก็ตรงดิ่งไปยังศาลที่ชาวบ้านสร้างให้กับ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวีพระปิยเหสีในรัชกาลที่ 5 พอไปถึง พวกเราก็จุดธูปไหว้เสด็จแม่ ก่อนที่จะขึ้นไปยังศาลของท่าน เมื่อขึ้นไปยังศาลของท่าน สิ่งแรกที่พบคือ ดอกกุหลาบสีชมพู จำนวนมากมายที่เขานำมาถวายเสด็จแม่ ซึ่งมีปริมาณเยอะมากๆ รวมไปถึง เสื้อผ้าที่นำมาแก้บนและของเล่นสำหรับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพชรรัตน์ ที่สะดุดตาฉันเอามากๆคือ ตุ๊กตาม้าน้อยโพนี่ คนมาแก้บนนี้ทันสมัยเอามากๆ 
           บรรยายกาศในศาลของท่าน อบอวลไปด้วยความรัก ความเมตตา และความภักดีที่มีต่อ รัชกาลที่ 5 ไม่ว่าจะเป็น รูปหล่อ เสมือนจริงของสมเด็จพระนางเจ้าฯ และ รัชกาลที่ 5  ดอกกุหลาบสีชมพู และประวัติของสมเด็จพระนางเจ้า ฯ ที่มีต่อ รัชกาลที่ 5 กับ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพชรรัตน์ พระราชธิดา ที่ได้รับรู้แล้วก็เกิดความรู้เศร้าโศกตามมาไม่น้อยเช่นกัน กับ อุปัทวเหตุเรือล่ม จนเป็นเหตุให้สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ ฯ สิ้นพระชนม์พร้อมกับ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้ากรรณาภรณ์เพชรรัตน์ และคุณแก้ว พระพี่เลี้ยง
            หากใครได้ไปวัดกู้ ก็อย่าลืมเข้าไปกราบ เสด็จแม่ พระนางเรือล่ม นะคะ เมื่อไปแล้ว คุณจะเริ่มรู้สึกรักและดูแลคนรอบข้างคุณอย่างจริงจังขึ้นมาทันที อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไป.


                                    

วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2558

ป้าที่พวกเราเรียกว่าแม่ ตอนที่ 4 (ตอนจบ)


       หลังจากที่อาบน้ำเสร็จแล้ว......พวกเราก็พากันมานั่งที่ห้องพระ  แล้วแม่(ป้า)เข้ามาเล่าถึงประวัติของแม่(ป้า)ว่า แม่(ป้า)พบเจออะไรมาบ้างและเล่าถึงประวัติของพระแต่ละองค์ที่อยู่ในห้องพระแล้วสายตาของฉันก็ต้องหยุดชะงักเมื่อฉันพบกับ



(รูปนี้หามาจากใน Google คะ มีความเหมือนและใกล้เคียง แต่ไม่ใช่ซะทีเดียว)


รูปหล่อ นางฟ้า อินเดีย สามท่าน ใส่ชุด สาหรี่ ลักษณะเสื้อผ้าแบบเดี่ยวกับที่ฉันเห็นในฝันเลยเป๊ะๆๆ ท่านทั้งสามถูกจัดวางไว้ใต้ฐานะพระ คุณพระ! นี้คือนางฟ้าที่ฉันเจอในฝันนี้น่า ฉันหยุดมองจนละสายตายไม่ได้แล้วก็ถามแม่(ป้า)ว่า"สามท่านนี้คือใครคะ?"
แม่(ป้า)ก็ยิ้มและตอบกลับมาว่า "อ่อ องค์เทพอินเดียนะ ป้าได้มาตอนเป็นสาว!!"

 โอ้ว!!!! พูดไม่ออกเลยค่าาาา เป็นครั้งแรกของฉันเลยนะที่ฝันแล้วกลายเป็นจริงขนาดนี้!!!!!!!!

         แล้วแม่(ป้า)ก็ให้พวกเราสวดมนต์ก่อนนอนด้วยบทพระคาถามหาจักรพรรดิ์ เป็นคาถาที่ไว้ใช้ป้องกันภัยต่างๆพอสวดเสร็จฉันก็ง่วงเอามากๆเลยหลับไวกว่าเพื่อน แต่สำหรับไอ้เนยแล้วรู้สมน้ำหน้ามันนิดๆเพราะโดนเด็กก่อกวนทั้งคืนจนมันแทบไม่เป็นอันหลับอันนอน ก็นะ! การละเล่นของเนยมันสไตล์เด็กชัดๆ เด็กๆเห็นก็อยากเล่นกับเพื่อนใหม่บ้าง หุ หุ
          ไอ้เนยบอกว่า "เด็กๆกระโดดข้ามหัวมันบ้าง วิ่งไปวิ่งมา เคาะกระจกทั้งคืน!!" ฉันเลยบอกเนยไปว่า "อ้าว! เสียงเคาะกระจกนี้เด็กๆหรอ กรูนึกว่านกมาทำรังที่หน้าต่างบานกระจก กระจกเลยดังทั้งคืน!" ก็นะแบ่งๆกันโดนไปสำหรับแขกใหม่ พอจบทริปนี้ก็รู้สึกสนุกดีนะ ที่ได้รู้ได้เห็นอะไรใหม่ๆเยอะมากมายต้องขอขอบคุณแม่(ป้า)มากๆคะที่แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ใหม่ๆให้กับพวกเรา.


จบบริบูรณ์!!!!!

ป้าที่พวกเราเรียกว่าแม่! ตอนที่ 3


หลังจากที่ไอ้เนยได้ถามแม่(ป้า)ไปแล้วนั้น แม่(ป้า)ก็ยิ้มหวานใส่พวกเราแล้วพูดว่า.................

“อ่อ! ของบ้านป้าเองแหละ ไม่ต้องกลัวหรอก เขามาดี มาคุ้มครอง!!!”            
พวกเราก็ อืมมมมมม คือ ความกลัวก็ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด แล้วแม่(ป้า)ก็พูดต่ออีกว่า
“ที่บ้านนะมีหลายตน ส่วนใหญ่ที่เห็นกันนะก็จะเป็นเด็ก!” แล้วสายของฉันก็เหลือบไปเห็น อภิมหากุมาร ยกเซ็ตมีทั้งหมดราวๆเกือบห้าสิบตนได้ วางอยู่บนชั้นวางของ  เซ็ตนี้จะวางอยู่ชั้นล่างของบ้าน หันหน้าออกทางหน้าประตูบ้าน ใครผ่านมาต้องเห็นต้องกลัวอยู่แล้วละคะ = =’



แล้วแม่(ป้า)ก็เสริมต่อว่า
 “ เนี่ย!เคยมีคนข้างบ้านนะ เขาเข้ามาทักป้าว่า มีคนมาอยู่ด้วยหรอ เห็นอยู่ข้างบนสามสี่คน เป็นลูกใครนะ??”

        แม่(ป้า)ก็ตอบเขากลับไปว่า”ก็ลูกๆหลานๆนั้นแหละ” ทั้งๆที่ป้าอยู่คนเดียวตลอดดดดดด

พอแม่(ป้า)พูดแบบนี้ พวกเราก็เงียบรับประทานสิคะ ต่างคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก คืนนี้จะหลับได้ไหมเนี่ยย???    

          จากนั้นแม่(ป้า)ก็บอกให้พวกเราไปอาบน้ำแล้วมาเจอกันที่ห้องพระชั้นสองของบ้าน แม่(ป้า)มีเรื่องจะเล่าให้ฟังมากมาย ห้องน้ำบ้านแม่(ป้า)นั้นมีสองห้องคือ ชั้นล่างกับชั้นบน ฉันก็เลือกเข้าชั้นบนทันที สาเหตุนั้นก็มาจากนางฟ้าในฝันท่านบอกว่าอยู่ข้างบนปลอดภัย แน่ละคะ ข้างล่างเด็กเยอะเกินไป พอเข้าห้องน้ำปั๊ป ไม่เกินห้านาที 
คุณพระ! ฉันก็ได้ยินเสียงประตูห้องน้ำดังขึ้น ก๊อกๆๆ เงียบ!!!!! ก๊อกๆ เงียบ! แล้วก็มีเสียงหัวเราะออกมาว่า
“ฮี่ๆ ไม่กลัวหรอ” เสียงนั้นฉันจำได้แม่นมากกกกกก

                     “ไอ้เหี้ยเนย......เมิงจะแกล้งกรูทำไมมมมมม!!!
   

  


วันศุกร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2558

ป้าที่พวกเราเรียกว่า แม่! ตอนที่ 2


  หลังจากที่กลับจากบ้านป้า......พวกเราก็เล่าเรื่องที่พบเจอให้รุ่นพี่ฟัง!

รุ่นพี่ก็บอกว่า "อืม พรุ่งนี้คงมีอะไรดีๆรออยู่ แต่ดูจากสภาพแล้ว พวกแกอยู่ได้แน่นอน!"
พวกเราหันหน้ามามองกันแบบเงิบๆ นำทีมโดย น้องเนย เพื่อนสนิท ของฉัน  พูดขึ้นว่า
"แก เอ๋ย! เมื่อตะกี้นะ ผู้ชายคนนั้นเข้ามาส่งเราพร้อมป้า จากรถแล้วก็แว่บไปหน้าบ้าน ยืนยิ้มให้ด้วย!"
             ยิ่งพอฟัง ไอ้เนย (น้องเนย) เล่า ฉันยิ่งขนลุกเข้าไปใหญ่ ต้องเท้าความให้ฟังก่อนว่า เนย ผู้มีจิตสัมผัส (เห็นจะๆ) เพราะชีวิตเคยผ่านความเป็นความตายมาก่อน นี้มันศิษย์พี่น้องใบ ชัดๆ แต่ความกลัวของเนยจะน้อยกว่าน้องใบผู้เห็น ผี แบบถี่ๆ คำพูดของเนยนั้นเชื่อถือได้แน่ เนื่องจากฉันก็เห็นผู้ชายคนนั้น ตั้งแต่ตอนมาส่งรถ แต่ไม่เห็นตอนอยู่หน้าบ้านนะ! เนื่องจากไม่กล้ามองงงงงงงง แล้วงานก็งอกตอนกลางคืนคะ คืนนั้นฉันฝันว่า มีผู้หญิง สวย ขาว ใบหน้าเรียว งามอย่างนางฟ้า ใส่ชุด สาหรี่สีแดงมาหา
     
 .                                           

           ประมาณแบบในรูปเลยคะ คุณค่าาาาาาา!!!!! แต่ในฝันสวยกว่านี้เยอะ ! ท่านเดินมาหาฉันแล้วก็ยิ้มให้อย่างมีไมตรีจิต ท่านพูดกับฉันว่า ไม่ต้องกลัวนะ แล้วท่านก็ให้ฉันเห็น เพื่อนของท่านอีกสองตนที่ใส่ชุดสาหรี่สีเขียวกับน้ำเงิน จากนั้นพวกท่านก็พาเดินเข้าบ้านป้า ใช่คะ ในฝันนั้นคือ บ้านป้า ขึ้นมาที่ชั้นสอง ท่านก็พูดว่า อยู่ชั้นสองนี้ปลอดภัย ใครก็ทำอะไรไม่ได้ พอพูดกับเสร็จ ฉันก็ตื่นเลยค่าา
          ดูนาฬิกาเช้าแล้ว พอตื่นมาก็เล่าให้รุ่นพี่และเพื่อนฟัง ทุกคนรวมความเห็นว่า เขาคงมารอรับเราด้วยไมตรีจิตแล้ว แต่ฉันก็ยังแปลกใจนะ ว่า บ้านป้ามีนางฟ้าอินเดียด้วยหรอ แหม่! พิมพ์มาถึงตอนนี้ก็เริ่มอยากเต้นแบบอินเดีย..........ฮินจ้า จ้า ดิ จ้า จาดิจา จาดิจา............
          จนกระทั่งตกเย็นวันนั้น พวกเราก็พากันขนข้าวขนของไปนอนบ้านป้า ก่อนไป หลวงพ่อ ท่าน บอกว่า พวกแกต้องเรียกเขาว่า แม่นะ เพื่อเป็นการให้เกียรติเขา พวกเราก็รับทราบและเดินทางไปบ้านแม่ทันที เมื่อไปถึงบ้าน พวกเราก็ไหว้แม่และขนของเข้าบ้านทันที แม่ก็ชวนพูดคุยไปเรื่อยๆ เพื่อจะได้สนิทกันไหวขึ้น พวกเราก็เรียกป้า ว่าแม่ แต่แม่ก็เรียกตนเองแทนว่า "ป้า" เหมือนเดิม แล้วไอ้เนยก็เลยเริ่มเปิดประเด็นว่า
        
             "แม่! เมื่อวาน หนูเห็นผู้ชายเดินมาส่งที่รถและยืนยิ้มให้ที่หน้าบ้าน เขาคือใครคะ?"


วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558

เจ้าจันทร์(จันทร์เจ้า) กับเจ้านาย ! ตอนที่ 2

         
                "นั่นแฟนคลับพี่จ๊ะ ผู้ชื่นชอบผลงานแนวลึกลับ ไม่ได้ชอบเชิงชู้สาวแม้แต่น้อย" 

 น้องเจ้าจันทร์นั่งยิ้มประหนึ่งว่า ฉันรู้ทัน! แต่ลึกๆก็ดีใจนะ มีคนอ่านทุกวัน หุหุหุ แสดงว่าเรื่องราวน่าสนใจ เพื่อนคนนั้นเป็นผู้ชาย เค้าชอบติดตามเรื่องราวแบบนี้อยู่แล้วจ้า 
           จากนั้นน้องเจ้าจันทร์ก็พาฉันไปที่แห่งหนึ่ง ที่ตรงนั้นมีลุงแก่ๆนั่งกันอยู่สามคนบนเสื่อสีเหลืองสลับน้ำตาล อายุลุงน่าจะ 40 -50 ปีทำพิธีอะไรสักอย่าง ที่ใส่เอาน้ำต้มเดือดๆใส่กะละมังอะลูมิเนียมใบใหญ่แล้วก็ใส่ก้อน กลมๆคล้ายลูกชิ้นแล้วก็เอาผักสีเขียวๆหั่นฝอยทับลูกกลมๆอีกที แล้วลุงก็ราดน้ำนั้นลงหุ่นฟางและท่องคาถาพึมพำๆๆๆๆๆๆ
            ไม่ทันไรตัวเจ้านายก็เริ่มแดงขึ้น นัยน์ตาแดง ฉันรู้เลยว่าลุงคนนั้นเป็นคนทำเจ้านายแน่ๆเลยลากเจ้านายไปวัด เจอหลวงพ่อรูปหนึ่ง ดูมีอายุ ประมาณ 60-70ปี ท่านนั่งลงแล้วบอกให้ฉันจับเจ้านายไว้ ฉันก็จับเจ้านายลงไปนอนกับพื้น. หลวงพ่อก็เอาน้ำมนต์มาราดทั่วตัวเจ้านาย ช่วงเวลาที่หลวงพ่อท่านราดน้ำมนต์นั้น เจ้านายก็ดิ้นไปดิ้นมา ฉันก็เกือบจะจับตัวเจ้านายไว้ไม่อยู่ แถมไอร้อนนั้นยังมาโดนฉันนิดหน่อยด้วย ดีนะที่ไม่เป็นไรมาก สักพักตัวเจ้านายก็เย็นลง ไอ้ร้อนก็หมดไป 
            แล้วฉันก็ตื่น!!!! พอลืมตาขึ้นมาด้วยความง่วงบวกกับอากาศที่เย็นสบาย ฉันเลยจะหลับต่อ ในใจก็คิดว่า ไร้สาระ ไม่น่าจะจริง ดูมั่วๆยังไงไม่รู้ สงสัยกินมากฝันมาก ทันใดนั้นเอง ฉันก็ได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงพูดข้างๆหูว่า "ไม่เชื่อใช่ไหม? เดี๋ยวจะบีบแตรรถให้ฟัง" เพียงแค่นั้นละคะ คุณค่า!!!!! เสียงแตรรถก็ดังขึ้นทันที 
    
                                       ปรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
           
              คราวนี้ลืมตาตื่นลุกออกจากเตียงเลยค่า พอตั้งสติได้ก็เริ่มนั่งคิด วิเคราะห์ แยกแยะ ก็พอจะสรุปได้ดังนี้ว่า. เจ้าจันทร์กับเจ้านาย คือ กุมาร หรือ วิญาณเด็ก ที่อาศัยอยู่ที่ศาลเจ้าที่ ถ้ายังจำเรื่องน้องชายคลานได้ ศาลเจ้าที่ ที่อาพาร์เม้นต์ของฉันที่อาศัยอยู่นั้นจะมี ตุ๊กตาเด็ก วางอยู่ข้างล่างโต๊ะบูชา และที่น้องไม่ยอมไปเกิดอาจเป็นเพราะสุขสบายจากที่นี้ เนื่องจากมีคนเอาข้าว น้ำ ขนม ของเล่นไปให้เสมอ
             อีกอย่างคงไม่อยากไปเกิดแบบน้องชายคลาน = =' ส่วนลุงที่ท่องคาถานั้น ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าต้องการอะไรจากสังคม หรือ อยากจะจับเจ้านายไปทำงานให้ เหมือนที่เจ้าจันทร์(จันทร์เจ้า) เคยทำมาก่อน จากเจ้าของเก่าของเจ้าจันทร์ พอย้ายที่อยู่ก็ทิ้งเจ้าจันทร์ไว้ ส่วนฉัน คืนนี้คงได้ แต่สวดมนต์ แผ่เมตตาให้ทั้งสองคนได้มีความสุข พ้นจากภัยอันตรายต่างๆทั้งปวง.


           "ขอบุญบารมีที่เคยได้ทำมา อุทิศให้กับเจ้าจันทร์หรือจันทร์เจ้ากับเจ้านาย ขอให้ทั้งสองอยู่ดีมีสุข ปลอดภัยจากภัยอันตรายต่างๆทั้งปวงด้วยเถิด. สาธุ"



                       
                   จบบริบูรณ์. สำหรับ ตอนนี้. ถ้าสองตนนี้มาอีกเดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังใหม่นะคะ      







เจ้าจันทร์(จันทร์เจ้า) กับเจ้านาย! ตอนที่ 1


อยู่ห้องใหม่ได้ครบ สาม สัปดาห์ วันนี้มีเด็กน้อยมาหาอีกแล้วค่าาาาา

           วันที่อากาศดี ชวนให้หลับ มาคราวนี้ ฉันฝันเห็นเด็กผู้หญิง ผมยาว ใส่ชุดขาว นั่งเหงาอยู่ในห้อง ฉันเลยเดินเข้าไปถามว่า" ชื่ออะไรจ๊ะหนู "
เด็กก็ตอบว่า "ชื่อ เจ้าจันทร์หรือจันทร์เจ้าคะ หนูขออยู่ด้วยคนได้ไหมค่า"
ฉันก็ตอบไปว่า "ได้จ้า" (พลาดอย่างแรง - -')
           น้องเจ้าจันทร์ยิ้มแล้วพูดต่อว่า "หนูมีเพื่อนมาด้วยนะ ชื่อ เจ้านาย " ฉันก็เห็นเด็กผู้ชายใส่ชุดขาวเดินเข้ามาหาทันที ฉันจึงถามน้องเจ้าจันทร์ต่อว่า "แล้วแม่หนูอยู่ไหนจ๊ะ?"
น้องจันทร์เจ้าก็บอกว่า "แม่หนู ทิ้งหนูไปละคะ "
             ฉันก็เห็นภาพ เป็นผู้หญิงผมยาว ผิวขาวเหลือง ใส่เสื้อกล้ามสีแดง กางเกงขาสั้นสีดำ เก็บของใส่กระเป๋าเสื้อผ้า ทิ้งให้น้องเจ้าจันทร์นอนอยู่คนเดียวที่เตียง อืม? มันชักยังไงๆยังไงละนะ ขณะนั้นเองก็มีคนเดินเข้ามาบอกว่า "ระวังตัวด้วย.เจ้าจันทร์มันเป็นผีนะ!!!" 

                                                     "นั่นไงกรูว่าละ!!!"

น้องเจ้าจันทร์เธอก็ทำหน้าเหงาๆงอยๆค่า. แล้วก็พูดขึ้นว่า "พี่จะไม่รักหนูเลยใช่ไหมคะ?"
ไปไม่เป็นเลยค่า ฉันยืนครุ่นคิดซักพัก แล้วก็พูดว่า "ไม่เป็นไรหรอกจ้า จะเป็นคนหรือผีก็เอ็นดูเหมือนเดิม!!"
ก็นะ ! น้องก็น่ารักดี ดูไม่ออกถึงความร้ายกาจ แล้วก็มีคนมาบอกว่า "เจ้าจันทร์เคยทำร้ายคนมาก่อน จากชัยนาทถึงอ่างทอง"
          เงิบ นิดๆนะแต่ก็ตอบน้องไปว่า "ไม่เป็นไรหรอกจ้า ถ้าวันนี้หนูตั้งใจทำความดีนะ อดีตที่ผ่านไปช่างมันเถอะ ถ้ายังคิดถึงอดีต ปัจจุบันกับอนาคตจะไม่มีความหมายอะไรเลยนะ! เดี๋ยวพี่จะไปทำบุญให้นะ" พอบอกเรื่องทำบุญเท่านั้นแหละ น้องเจ้าจันทร์ก็งอแงทันที " ไม่อาววววว หนูไม่อยากไปเกิด ไม่ต้องทำบุญให้หนูเลย" 

                             ฉันเลยคิดในใจว่า "นี้มันแก๊งค์เดียวกับน้องชายคลานแน่ๆ!"

  ฉันจึงบอกน้องเจ้าจันทร์ว่า 
"ถ้าหนูไม่อยากไปเกิดก็ไม่เป็นไร แต่พี่จะทำให้ หนูก็รับไว้ซะ แล้วถ้าเมื่อไหร่ที่อยากไปเกิดก็ค่อยไป" 
น้องจันทร์เจ้าก็เงียบไม่ตอบ แล้วชี้ไปที่คอมฯของฉัน หน้าจอคอมฉันเป็นหน้า Facebook แล้วน้องเจ้าจันทร์(จันทร์เจ้า) ก็ชี้ให้ฉันดูเพื่อนคนนึ่งใน Facebook แล้วพูดขึ้นว่า

                        "พี่! เพื่อนคนนี้ชอบพี่นะ หนูเห็นเข้ามาอ่านในบล็อคพี่ประจำเลย" 

      


วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2558

ป้าที่พวกเราเรียกว่าแม่! ตอนที่ 1

ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน

              ฉันและ เพื่อนๆ ได้พากันไปปฎิติบัติธรรม กับ หลวงพ่อที่นับถือ พวกเราไปอยู่วัดกัน 1 อาทิตย์ เพื่อฝึกสมาธิล้วนๆ เพราะช่วงนั้นว่างคะ แต่ปัญหาก็คือ เรื่องที่นอนเนี่ย เนื่องจากทางวัดไม่มีที่นอนให้ญาติโยมที่มาปฎิบัติธรรม พวกเราจึงต้องไปอาศัยบ้านของรุ่นพี่ ที่รู้จักสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เป็นที่พักพิงชั่วคราว

              ด้วยความที่ไปแบบกะทันหัน รุ่นพี่จึงบอกว่า

 "ถ้าแกอยู่ถึงอาทิตย์หนึ่ง เกรงว่าจะไม่ได้นะ พี่คงให้พักแค่สี่วัน เนื่องจาก พี่จะต้องไปต่างจังหวัด และจะมีแขกของพี่สาวมาพักที่บ้านนะ เลยไม่สะดวกที่จะให้พวกแกพักเท่าไหร่นะ เนื่องจากห้องมันเต็ม"
ฉันจึงตอบรุ่นพี่ไปว่า 
"อ่าห์ สี่วันก็ดีแล้วคะ มีข้าวเช้า ข้าวเย็น นอนฟรี ไม่เสียตังค์ นี้ก็คุ้มสุดๆละ เดี๋ยวที่เหลือ พวกหนูไปนอนโรมแรมเอา แค่สองคืนเอง! สบายๆ" 
รุ่นพี่ก็บอกว่า"โอเค"
                พอพวกเราไปถึงวัด เพื่อเรียนสมาธิ หลวงพ่อท่านก็ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเรื่องที่อยู่(เหมือนท่านจะรู้ว่าพวกเราไม่มีที่นอน เนื่องจากยังไม่ได้จองโรงแรม) ฉันก็บอกท่านไปว่า ฉันนอนที่บ้านรุ่นพี่ สี่คืน อีก สองคืน จะไปนอน โรงแรม ท่านก็เลยแนะนำ บ้านของโยมอุปัฏฐาก ที่ท่านรู้จักและไว้ใจได้ เป็นอย่างดี ให้พวกเรา  
               พวกเราก็เลยโอ้วววเย้!!!! มีที่อยู่ฟรี กินฟรี เหมือนเดิม เลยเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้รุ่นพี่ฟัง รุ่นพี่ก็บอกมาว่า "อ่อ ป้าคนนี้ พี่ไม่เคยเห็นนะ แต่รู้ว่าปลอดภัย เพราะป้าแกของเยอะ!" 
พวกเราสามคนหันหน้ามามองกัน "หึ!" จริงๆบ้านรุ่นพี่ก็ของเยอะนะคะ แต่ด้วยความที่เป็นรุ่นพี่เลยไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่ แต่ป้าคนพวกเราไม่เคยพบมาก่อน ฉันก็เริ่มรู้สึกสติแตกนิดๆว่า เอ๋ จะรอดไหมว่ะ? เห็นแบบนี้ก็กลัวนะเฟ้ยย
                จนกระทั่งพวกเราอยู่บ้านรุ่นพี่ครบสี่วัน เย็นวันนั้น หลวงพ่อท่านก็ได้พาพวกเราไปบ้านป้า เพื่อให้พวกเราได้รู้จักกับป้า พอได้เห็นและรู้จักกับป้า ป้าเป็นคนใจดีคะ อยู่คนเดียว พูดคุยเก่ง พวกเราเลยเพลิดเพลิน จนเราจะกลับ พวกเราก็บอกป้าว่า "เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูมานอนตอนเย็นๆนะ" ป้าก็รับทราบและไปส่งพวกเรากับหลวงพ่อ พอขึ้นรถปุ๊ปแค่นั้นละค่า
                 หางตาทางซ้ายของอิฉันก็เหลือบไปเห็นผู้ชายใส่ชุดสีเทายืนอยู่ข้างรถ!!!!!! ฉันเลยหันไปมองข้างรถ ไม่มี!! หันมาหาเพื่อนที่นั่งข้างๆ เพื่อนหน้าซีด! แล้วบอกว่า "ชัดเลย!" พวกเราเลยถามหลวงพ่อที่นั่งอยู่ด้านของรถว่า "ที่หนูเห็นนะ ใช่ไหมคะ?"

                                                       หลวงพ่อท่านก็ยิ้มอย่างเดียววววว


วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558

เด็กน้อยริมระเบียง! ตอนที่ 10

เมื่อพูดคุยกับน้องใบจนหายเหนื่อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราสองคนจะกลับ

ก่อนกลับฉันได้ถามหลวงพ่อว่า "จะเอาตุ๊กตา กับของใช้ไปไว้ไหนคะ?"       

หลวงพ่อตอบกลับมาว่า " ก็เอาไปบริจาคให้คนอื่นแหละโยม เด็กเค้าตายไปแล้ว  ไว้นี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร"                                        

         ฉันกับน้องใบจึงพากันกราบลาหลวงพ่อและเดินทางกลับ ระหว่างทางนั้นเอง ที่ร้านขายอาหาร ฉันกับน้องใบก็เหลือบไปเห็นตุ๊กตาตัวหนึ่งที่ลักษณะคล้ายน้องชายคลานมากๆ ตั้งอยู่หน้าร้าน


ขอโทษด้วย ใช้ Pain วาดเลยดูตลกไปนิด - -'  

เราสองคนหันหน้ามามองกันแล้วยิ้มแบบเจื่อนๆ รู้สึกหลอนนิดๆตกใจหน่อยๆ และฉันก็ถามน้องใบว่า
 "ตัวเดียวกันรึเปล่าว่ะ?"
น้องใบก็ตอบว่า "หนูว่าไม่ใช่หรอกพี่ คนละตัว! แต่มันเหมือนกัน!!!!" 
"ก็ว่างั้นแหละ" แล้วฉันกับน้องใบก็พากันเดินกลับ ส่วนใครที่อยากรู้ว่าน้องชายคลานหน้าตาแบบไหน ลองค้นดูในกูเกิ้ลนะคะ พิมพ์คำว่า ตุ๊กตาไดโนเสาร์ มีหลายตัวที่คล้ายน้องชายคลานอยู่แต่ไม่ใช่น้องชายคลานซะทีเดียว 

                                             "ขอให้น้องได้ไปอยู่ในภพภูมิที่ดีขึ้นด้วยเถิด"



(ตัวนี้ไม่ใชนะ แค่ใกล้เคียง)


จบบริบูรณ์



ปล.สามวันต่อจากนั้น ฉันก็ฝันเห็นผู้หญิงใส่ชุดขาว ยืนอยู่ตรงระเบียงชะโงกหน้าเข้ามาในห้อง แล้วพูดว่า "ช่วยทำบุญให้หน่อยคะ!!!"  โอเค! น้องไปแล้ว แต่มีเจ้าใหม่มาแทนนนนนนนนนนน.

เด็กน้อยริมระเบียง! ตอนที่ 9

       สาเหตุ ที่น้องชายคลาน เกาะ แขน เกาะ ขา น้องใบ มานั้น เรื่องมันมีอยู่ว่า .....


ก่อนหน้าที่จะไปวัดนั้น  

         ฉันได้นำน้อง(ตุ๊กตา) เข้ามาในห้องเพื่อบอกกล่าวกับน้องว่า "น้องจ๊ะ พี่จะเอาหนูไปไว้วัดนะ พี่จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้หนู  หนูจะได้หลุดพ้นจากตรงนี้ และได้ไปเกิดใหม่ อยู่ตรงนี้ไปหนูก็ไม่ได้บุญด้วย เพราะฉะนั้น ไปวัดกับพี่นะ หนูจะได้ไปเกิด " แล้วฉันก็พาน้องมาไหว้พระ บอกกล่าวกับท่านว่า "หนูจะพาน้องไปวัดนะคะ ขอบุญบารมีของท่านให้ลูกเดินทางโดยปลอดภัยด้วยเถิด"
     
        ฉันก็เอาน้อง(ตุ๊กตา)ใส่ตะกร้า พาไปซื้อของ และก่อนออกจากห้องฉันก็ห้อยพระติดตัวไปด้วยเพื่อความราบรื่นในการซื้อของและเดินทาง ทุกครั้งที่ซื้อของ ฉันก็จะเรียนกน้องชายคลานในใจตลอดว่า
"มากับพี่นะ อยากได้อะไรบอก เดี๋ยวซื้อให้ แต่อย่าแพงนะ"
       
        ด้วยเหตุนี้ ทุกที่ ทุกร้านที่ไปซื้อของ จะต้องมีเด็กคนอื่นๆมาซื้อของด้วย ซึ่งก็แปลกดีเหมือนกัน และด้วยความที่ฉันใส่พระ น้องชายจึงได้เดินตามฉัน แบบห่างๆอย่างห่วงๆ พอฉันเจอน้องใบปั๊ป น้องชายคลานจึงวิ่งกระโดนเข้าใส่น้องใบพอดี
"ใบจ๊ะ พี่ขอโต๊ด เค้าไม่ได้ตั้งใจนะ เค้าลืมไปว่า เค้าใส่พระ แล้วเค้าก็เรียกน้องตลอดเวลา เพราะกลัวว่าน้องจะไม่ยอมไปวัด!" ฉันคิดในใจแต่ไม่ได้บอกน้องใบไป เพราะ เดี๋ยวโดนด่า โดนโกรธ แน่เลยเรา เลยทำหน้าอึ้งตอบกลับน้องใบไป 
 "อืม! แล้วตอนทำบุญพี่รู้สึกว่าน้องเค้ามานะ หนูรู้สึกไหม"
"รู้สึกคะพี่ น้องมานั่งร้องไห้ข้างหลังหนูเนี่ย เหมือนใจนึงก็อยากไป ใจนึงก็อยากเจอพ่อแม่ แต่น้องเขาก็ไปแล้ว" น้องใบตอบมาด้วยหน้าตาราบเรียบ
"อืม ดีแล้วที่ไป เพราะพ่อแม่ไม่ได้ใส่ใจลูกเลย ไม่รับผิดชอบ แถมเอาเค้าไปไว้ในตุ๊กตาอีก นี้มันเห็นแก่ตัวมาก ไปเถอะ มีพ่อแม่แบบนี้ อย่ามีเลย" น้องใบก็พยักหน้าเห็นด้วย เพราะเพิ่งเคยเจอพ่อแม่ที่ใจร้ายมากที่สุด 

"ฆ่าลูกอย่างเดียวไม่พอเอาลูกมาสะกดวิญญาณไว้อีก กลัวลูกตามไปสินะ!!!" 

      

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2558

เด็กน้อยริมระเบียง! ตอนที่ 8

        " ความบังเอิญไม่มีอยู่จริง" 

          แต่ฉันกับน้องใบใส่เสื้อสีชมพูไปทำบุญเหมือนกันเป๊ะ! เราทั้งสองถือของที่ซื้อมาตรงดิ่งไปวัดอย่างรวดเร็ว จริงๆคือ แดดร้อนเลยเดินไว ฉันรับผิดชอบเรื่อง ซื้อ เสื้อผ้าเด็ก ได้มา 1 ชุด มีเสื้อกับกางเกง ราคา 40 บาท ถูกมากกก ขนมถุงละ 10 บาท หนึ่งถุง ธูปเทียน ดอกไม้ ขอเล่นเด็ก  ขวดนมเด็กรวมแล้ว เงินในกระเป๋าเหลือ 20 บาท พอดี!จ้า จากที่มีทั้งหมด 120 บาท  ส่วนน้องใบรับผิดชอบ น้ำ 1 ขวด กับ นม 1 กล่อง 
        พอถึงวัดฉันกับน้องใบก็ช่วยกันจัดแจงสิ่งของ และ บอกหลวงพ่อว่า "จะมาทำบังสกุลเป็นบังสกุลตายให้เด็กคะ" แล้วฉันก็เล่าเรื่องราวต่างๆให้หลวงพ่อฟัง แบบพรั่งพรูๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ตั้งแต่ต้นจนจบเล่าเสร็จก็ถอนหายใจเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยหอบ หลวงพ่อก็บอกว่า "เอาตุ๊กตาตัวนั้นมาสิโยม อาตมาจะทำบังสกุลให้" ฉันจึงถวายตุ๊กตาให้หลวงพ่อ 
         หลวงพ่อก็นำผ้าขาวมาคลุมตุ๊กตา แล้วท่านก็สวด "กุสราธรรมมา............." ในระหว่างนั้นเอง ฉันก็รู้สึกได้ว่า น้องชายคลานมาแล้ว เขาพร้อมรับการอุทิสส่วนกุศลจากฉันและน้องใบแล้ว  ดวงตาของตุ๊กตาเหมือนมีรอยยิ้มพร้อมน้ำตาที่ไหลอาบ ฉันหันไปมองหน้าน้องใบ น้องใบเธอก้มหน้าจรดกับปลายนิ้วมือไม่มองหน้าหลัง สงสัยมาจริงๆ 
         เมื่อหลวงพ่อสวดจบท่านก็ให้นำของที่ฉันซื้อมานั้น ถวายเป็นสังฆทานและกรวดน้ำอุทิสส่วนกุศลให้น้องชายคลาน ฉันรู้สึกได้ทันทีเลยว่า น้องรับผลบุญนี้แล้ว และได้ไปอยู่ในที่ที่เค้าควรอยู่แล้ว ฉันกับน้องใบมองหน้ากันก็รู้สึกเป็นสุขขึ้นมาทันที  หลวงพ่อท่านก็บอกอีกว่า " อย่ากลัวเขาเลย ถ้าเขามาให้แผ่เมตตา เราโชคดีมีบุญได้เห็นผี เราจะได้ทำบุญให้เขาแล้วก็ได้สร้างเสริมบุญบารมีเราด้วย"

"สาธุ " ค่ะ หลวงพ่อ ถ้าน้องมาดีๆไม่คลานมาจะดีกว่านี้มาก หนูจะไม่ไล่เค้าเลยคะ เอ๊ะ! หรือบางทีอาจจะไล่เหมือนเดิมก็ได้ - -' รู้สึกย้อนแย้งในตัวเองนิๆ กลัวหน่อยๆ เมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ฉันกับน้องใบก็นั่งในวัดให้หายเหนื่อยก่อนจะเดินทางกลับ ระหว่างนั้นเอง ฉันก็ชวนน้องใบพูดคุยถึงเรื่องน้องชายคลาน น้องใบก็บอกว่า

"พี่รู้ไหมว่า ตอนที่เรากำลังเดินมาวัด น้องเค้าเกาะแขน เกาะขา หนูมาด้วย!"

เด็กน้อยริมระเบียง! ตอนที่ 7

       หลังจากที่ได้ยินคำตอบจากน้องใบ ถ้าเป็นคนอื่นคงกลัวแต่สำหรับฉันแล้ว ฉันรู้สึกโกรธน้องนิดๆว่า "ทำไมไม่บอกกันฟระ" น้องก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเสียใจเล็กน้อยว่า "ก็หนูนึกว่าพี่เลี้ยงกุมารนิคะ หนูลองถามพี่ใจดูแล้วนะ ว่าพี่เลี้ยงกุมารรึเปล่า พี่ใจก็บอกว่า สงสัยเลี้ยงมั้ง เห็นพานเต็มไปหมดเลย"

"เงิบ" คำเดียว!!!!!!!!

        ฉันจึงบอกน้องใบว่า "พี่ไม่ได้เลี้ยงจ๊ะ ในพานคือพระเครื่องจ๊ะ !" ถ้าน้องใบเห็นพี่สาวกับพี่ชาย ฉันจะไม่ว่าอะไรสักคำเดียวเลยยย น้องใบก็บอกอีกว่า "หนูว่าจะถามพี่แล้วนะ แต่หนูก็ลืม อีกอย่างหนูกลัวน้องเค้าด้วย" คือยิ่งได้ฟังคำตอบน้องใบมา ยิ่งเงิบรับประทานมากคะ แต่จะโทษน้องใบคนเดียวก็ไม่ถูกสักเท่าไหร่ เพราะวันที่น้องใบมาฉันชวนคุยแต่เรื่องของน้องไม่ได้คุยเรื่องตัวเองเลย แถมสังเกตหน้าก็รู้แล้วว่าน้องเจออะไรมา แต่ก็ลืมถามน้องซะงั้น
       
         นี้ฉันมาถึงจุดที่ฉันสนใจเรืองของคนอื่นมากกว่าเรื่องของตนเองหรือเนี่ยยย ฉันรู้สึกแย่มากๆ แต่มาคิดดูอีกที่นะ ถ้าวันนัั้นน้องใบบอกฉัน บางทีฉันอาจจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งก็ได้ เพราะฉันสัมผัสน้องชายคลานได้น้อยมากๆ เนื่องจากน้องชอบแอบ หมอบคลาน ไม่ก็หลบอยู่ในตุ๊กตา พี่คงจะได้สัมผัสอยู่หรอกจ๊ะ!  อีกอย่างมีพี่สาวกับพี่ชายอยู่ในห้องด้วยเด็กน้อยคงกลัวไม่กล้าเลยรอ วัน เวลาและโอกาสที่เหมาะสมเพื่อติดต่อฉัน -_-'

ฉันจึงชวนน้องใบต่อ "อืม วันนี้พี่จะไปทำบุญให้น้องเค้านะ หนูสนใจไหม?"
น้องใบก็ตอบกลับมาว่า "สนค่า หนูมีงานตอนบ่ายโมงนะแต่ไปช้าได้"
ฉันจึงบอกน้องว่า "พี่จะพยายามไม่ให้เกิน บ่ายโมงจ้า"
           
         ฉันกับน้องใบก็ตกลงกันเสร็จสับเรียบร้อยว่าจะไปเจอกันที่ไหนซื้อของอะไรบ้าง น้องใบก็ขอโทรบอกที่ทำงานก่อนว่าวันนี้จะไปช้า ปรากฎว่า ที่ทำงานของน้องใบ วันนี้เค้ายกเลิก น้องใบเลยว่างทั้งวัน และน้องใบก็พูดกับฉันว่าอะไรจะบังเอิญขนาดนี้ ฉันเลยตอบน้องใบกลับไปว่า
"ความบังเอิญไม่มีอยู่จริงจ๊ะ!!!!"
       
           

วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2558

เด็กน้อยริมระเบียง! ตอนที่ 6

       หลังจากที่ได้นำน้อง(ตุ๊กตา) ลงมาแล้ว ได้นั่งทบทวนเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา ฉันจึงตัดสินใจว่าจะเอาน้องไปไว้กับเพื่อนที่ศาลเจ้าที่ แต่ในขณะที่คิดอยู่นั้นเอง ความคิดอีกอย่างนึงก็เกิดขึ้น "เอ๋? ถ้าเอาน้องไปไว้ที่นั่น น้องก็ยังอยู่ที่นี้ นั้นหมายความ มีความเป็นไปได้มากที่ น้องจะกลับมาหาฉันอีก แน่ๆ และมาอีกเรื่อยๆเพราะเรารู้จักกันแล้วนิ!" 
        งั้นวันพระวันโกนก็ต้องมาอีกสินะ -_-' 
"พี่ๆมาเล่นกันเถอะ มาๆๆๆ" แล้วก็คลานมาหา ยึ่ยยย แค่คิดก็ขนลุกแล้ววววววว อีกอย่าง น้องก็อยู่ที่นี่ไปเรื่อยๆ บุญก็ไม่ได้ ไปไหนก็ไม่ได้ สู้เอาไปไว้ที่วัดและทำบุญให้น้องเค้าดีกว่า น้องจะได้ไปเกิด หลุดพ้นจากบ่วงกรรมตรงนี้ แต่เรื่องนี้ต้องมีคนยืนยันก่อนว่าฉันทำถูกต้อง ฉันจึงโทรศัพท์หาหลวงพ่อที่ฉันเคารพนับถือทันที
        ฉันเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้หลวงพ่อฟังแบบพรั่งพรูๆๆๆ ท่านก็ตอบมาแบบช้าๆว่า "อืม เอาไปไว้วัดก็ดีนะ แกจะได้ไม่เหนื่อย " นั่นไง! ฉันว่าแล้ว ถ้าเอาไปไว้ศาลเจ้าที่เรื่องไม่จบแน่ๆ แล้วท่านก็บอกอีกว่า " ทำบังสกุลเป็น บังสกุลตายให้เขานะ"  ฉันจึงตัดสินใจตามคำแนะนำของหลวงพ่อ
          พอวางสายโทรศัพท์เสร็จ ฉันก็เริ่มคำนวณทันทีว่าต้องใช้อะไรในการทำบังสกุลบ้าง นั้นก็คือ เสื้อผ้าเด็ก ขวดนม ขนม นม น้ำ ดอกไม้ ธูป เทียน และอาหารคาวหวาน แต่เวลานี้เป็นเวลา 10.00 น.ซื้อของเวลานี้คงไม่ทันเวลาเพลแน่ๆ ฉันเลยตัดอาหารคาวหวานออก และซื้อของที่เหลือแทน เหลือบดูเงินในกระเป๋า โอ้วววววว มีอยู่ 120 บาท ของทั้งหมดกับเงินแค่นี้น่าจะพอนะ คือ พอดีเป๊ะคะ เอาน่า ไม่พอค่อยกดเพิ่ม
             เมื่อวางแผนทั้งหมดแล้ว ฉันรีบไปอาบน้ำแต่งตัว เตรียมซื้อของ ระหว่าง อาบน้ำนั้น ก็คิดถึงสองพี่น้องใบกับใจทันที  วันนั้นสองสาวมาห้องฉันนิ น้องใบต้องเจออะไรแน่ๆเพราะสีหน้าท่าทางเธอบ่งบอกว่าเจอนิและน่าจะใช่เด็กคนนี้มากกว่าตึกฝั่งตรงข้าม โทรเช็กสักหน่อยดีกว่า เผื่อ น้องว่างจะได้ให้น้องมาช่วยถือของและเป็นเพื่อนพาไปวัด คิดได้แล้วก็โทรหาน้องใบดีกว่า 
"ฮาโหลล ใบ! พี่จะถามอะไรแกหน่อย วันที่แกมาห้องพี่ แกเจออะไรไหม"
"อ่อ คือ zzzzzzzzzzzzzz" สัญญาณคลื่นโทรศัพท์ไม่ดี ขาดๆหายๆ ใบเจอเด็กแน่ๆ แล้วฉันก็วางสายโทรศัพท์แล้วโทรหาใบใหม่
"ฮาโหล ตกลงแกเจออะไรไหม"
ใบก็ตอบกลับมาเนิบๆว่า "อ่อ หนูว์วววว เจอเด็กคะพี่!"

 นั่นไงว่าแล้วววววววววว..........


         

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2558

เด็กน้อยริมระเบียง! ตอนที่ 5

  ถึงเวลาเอาน้องลงมาแล้วววว...................
              น้องไม่ใช่ตุ๊กตาหมี แต่เป็น ตุ๊กตาไดโนเสาร์คะ ขนสีน้ำตาล ตาสีน้ำเงิน ที่เด่นชัดคือ ดวงตา ของตุ๊กตา คล้ายดวงตาน้องมากกกกก เอาลงมาปุ๊ปสัมผัสได้ทันทีปั๊ปว่าเป็น น้องชายคลานแน่นอน ความรู้สึกที่หนักอึ้งนิดๆ ทำให้รู้ว่า " น้องโดนสะกดวิญญาณไว้ในตุ๊กตาคะ!" น่าสงสาร คนทำใจร้ายมากๆ
               พอเอาตุ๊กตาเข้าห้องความรู้สึกยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ คือ เหมือนน้องอยู่ไม่ได้เพราะมีพระอยู่ในห้อง แสดงว่าที่ผ่านมา น้องอยู่ริมระเบียงมาตลอดมาและตลอดมาาาาาา แล้วฉันก็นึกขึ้นได้ว่า อ่อ คืนวันแรกที่นอนอยู่  ได้ยินเสียงคนเคาะประตูกลางดึกนิหว่า ที่แรกนึกว่าเจ้าที่เคาะ เพราะเอาไม้กวาดชี้ไปทางเจ้าที่ แต่พอมาคิดดูแล้ว ทางที่ไม้กวาดวางไม่ตรงกับเจ้าที่เท่าไหร่นิ แสดงว่าเป็นน้องแน่นอน
              แล้วที่น้องคลานเข้ามาหาล่ะ? คำตอบคือ ตรงทางออกของประตูที่ติดระเบียงนั้น ฉันตั้งโต๊ะหมู่บูชาพระไว้ต้องนั้นค่า นึกออกไหมคะ ว่าถ้าจะเดินเปิดประตูกระจกที่เป็นบานเลื่อน ต้องเดินผ่านพระ เพื่อออกไปชมวิวที่ระเบียงค่า น้องคงกลัวพระหรือไม่ก็กลัว พี่สาวกับพี่ชายที่คอยดูแลฉัน (จะค่อยๆทยอยเล่าเรื่องราวของท่านทั้งสองทีหลังนะคะ ท่านทั้งสองน่ารักมากๆ ^w^)  น้องเลยต้องคลานเข้ามาจ๋อยๆเพื่อขอความช่วยเหลือนี้เอง

ขอโทษด้วยนะ ที่ไม่เข้าใจ แถมยังสวดไล่อีก วันนี้เข้าใจแล้วจ้า. ( ;_;)

เด็กน้อยริมระเบียง! ตอนที่ 4


หรือตุ๊กตาจะมากับสองสาว..........
     
           ฉันไม่คิดว่าไม่น่าจะใช่นะ. เพราะสองสาวเดินตัวเปล่าไร้กระเป๋าสะพายใบใหญ่ ถ้าน้องใบจะมัดตุ๊กตาล่ะก็ คงมัดไม่ถึงหรอกคะ เนื่องจากน้องใบตัวเล็ก แถมคุยโทรศัพท์กับแม่ด้วย การจะมัดตุ๊กตาให้ติดกับหลอดไฟที่ระเบียงยิ่งยากเข้าไปใหญ่ แล้วตุ๊กตามาจากไหน?
        คำตอบที่คิดได้คือ คนที่เช่าห้องคนก่อนคะ. เพราะจากวันแรกที่ทำความสะอาดห้อง ดูจากร่องรอยอารยธรรมแล้ว น่าจะอยู่กันสองคน คือ หญิงกับชาย ถามว่ามีหลักฐานไหม ก็ไม่มีหรอกคะ เดาเอาล้วนๆ จากสัมผัสของตัวเอง แล้วถ้าเป็นแม่บ้านละ จากสภาพแม่บ้าน ขนาด ร่องรอยการทำความสะอาดในห้องยังไม่สะอาดเลยคะ ฉันต้องมาทำเพิ่ม ทำต่อให้สะอาดขึ้น เรียกได้ว่า เธอ เป็น แม่บ้านเถอะคะ คือทำตามใจกรูเถอะคะ 
        ความเป็นไปได้คือ คำตอบแรกมากที่สุด......
        ฉันจะเอาตุ๊กตาลงมาดีไหมเนี่ยยย....คำตอบคือ ไม่! เพราะตอนนี้เริ่มค่ำแล้วค่า ถ้าเอาลงมาวันนี้มีสิทธิ์นอนไม่หลับแน่ๆ เลยตัดสินใจว่าเอาลงมาพรุ่งนี้เช้าดีกว่า จะได้รู้ว่าเป็นตัวอะไรกันแน่ แต่ที่แน่ๆคือเกี่ยวกับเด็กที่คลานมาหาแน่นอน ดูลักษณะของตุ๊กตาแล้ว มีขนออกสีน้ำตาล เห็น แวบแรก น่าจะเป็นตุ๊กตาหมี มั้งนะ?               
         เสร็จจากล้างจาน ฉันก็เข้าห้องมากราบพระ อธิษฐานจิตในใจว่า " น้องจ๋า พี่เห็นน้องแล้วนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ พี่จะเอาน้องลงมานะ พี่จะเอาน้องไปเล่นอยู่กับเพื่อนๆข้างล่าง วันนี้ไม่ต้องเข้าฝันพี่แล้วนะ พี่รับทราบแล้ว "
         เช้าวันต่อมา........ ฉันไม่ฝันเห็นน้องเขาเลย นึกในใจเลยว่า "ดีมาก พี่จะได้มีแรง ไม่เหนื่อยด้วย หุหุ" 
         
   

วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2558

เด็กน้อยริมระเบียง! ตอนที่ 3

สองวันก่อนหน้านั้น............
       " แก อยู่ไหน ? ใกล้ถึงหอฉันรึยัง? จะมาไหมแก จะสามทุ่มแล้ว ในซอยมันเริ่มเปลี่ยวแล้วนะ!" ฉันโทรหาเพื่อนสมัยเรียนมอปลาย ที่กำลังจะมาเที่ยวชมห้องใหม่ อันกว้างใหญ่ และ วิว สวยๆ 
       " เดินเข้ามาในซอยแล้ว แก! ลงมารอเลยยย "
       " โอเค " แล้วฉันก็ลงไปรอรับเพื่อนสาวที่เคาน์เตอร์ทันที ลงมาปุ๊ป ก็เจอเพื่อนกับน้องสาวของเพื่อนทันที ขอเรียกเพื่อนว่า น้องใจ และ น้องสาวของเพื่อนว่า น้องใบ ละกัน
         เมื่อถึงห้องพัก สองสาวก็พากันสำรวจห้อง ดูวิว พูดคุยกันจุกจิก เรื่อยๆเปื่อยๆ ลากยาวไปเรื่อยๆจนเกือบจะสี่ทุ่ม 
        ลั้นลัลลาาาาาาาาาาา เสียงมือถือเพื่อนดังขึ้น!
       " อุ้ย แม่โทรมา เงียบนะแก ฉันจะบอกแม่ว่า ฉันอยู่ห้อง แกห้ามส่งเสียงดัง เดี๋ยวยาวววววว" เพื่อนบอกฉัน พร้อมกดรับโทรศัพท์จากแม่
       " แม่ ว่าไง.อ่อ....อยู่ห้อง " เพื่อนตอบพร้อมมองหน้าฉัน แหม่ เงียบอยู่แล้วย่ะ ! แต่ เหมือนแม่เพื่อนจะรู้ ว่าน้องใจไม่ได้อยู่ห้องตัวเองงงงงง
       " อ่อ จะคุยกับ ใบ หรอ ได้ๆ " แล้ว ใจ ก็ยื่นโทรศัพท์ให้ ใบ ทันที เหมือน คลื่นโทรศัพท์ในห้องจะไม่ดี น้องใบ เลยออกไปคุยกับแม่ที่ระเบียงห้อง
       เมื่อเห็นน้องใบไปคุยโทรศัพท์ที่ระเบียง ปากฉันมันก็อยากบอก ใบ ว่า เฮ้ย! อย่าออกไป ดึกแล้ว เดี๋ยวแกเห็นว่า ตึก ฝั่งตกข้าม มี............ ผี หรือ เจ้าที่ว่ะ แต่เอาเถอะ เค้าอยู่ฝั่งเค้า เค้าไม่ได้มาฝั่งเรา คงไม่เป็นไร คนอย่างใบเจอผีจนชิน คงทำใจได้ละหว่า! อีกอย่างตะโกนก็ไม่ได้ เพราะ ใจ บอกแม่แล้ว ว่า อยู่ห้องใจ ถ้าได้ยินเสียงฉันล่ะก็ คงจะ ยาวไป ยาวไป แน่ๆ 
        แล้วใบก็เดินกลุ้มหน้าเข้าห้องมาหลังจากวางสายโทรศัพท์แม่ ใบ ก้มหน้าไม่สบตาฉันแม้แต่นิดเดียว ฉันนึกในใจได้ทันทีเลยคือ เจอใช่ไหม? แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะ ใบ กลัว ผี. ใช่คะ ใบเป็นคนที่เจอผีได้ถี่ๆเห็นได้เรื่อยๆและที่สำคัญคือ น้องใบกลัวผีเอามากๆ มากจนไม่กล้าหลับ แกน่าจะทำใจให้ชินนะน้องเอ๋ยยยยยย
ด้วยความเป็นคนดีนิดๆรู้สึกสงสารน้องใบหน่อยๆตอนขากลับจึงเดินไปส่งสองพี่น้องหน้าอาพารต์เม้น คือ ในซอยมันยังไม่เปลี่ยวมากนะ แต่กังวลเรื่องที่มีคนมาบอกประวัติในซอยนี้ต่างหาก! (ไว้วันหลังจะเล่าประวัติในซอยให้ฟังนะจ๊ะ) 
      น้องใบก็ก้มหน้าก้มตาเดินต่อไป ขอโทษนะ พี่บอกไม่ทัน! 

 
            

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2558

เด็กน้อยริมระเบียง! ตอนที่ 2

                หลังจากตื่นครั้งนั้น ฉันก็ไม่สามารถข่มตาหลับได้อีกเลย พยายามคิดทบทวนว่า ความฝันนี้หมายถึงอะไร เด็กพวกนี้เค้ามาจากไหน เค้าต้องการอะไร ทำไมถึงคลานเข้าห้องฉันมาได้  ใช่! ห้องกระจกที่ฉันเห็นในความฝัน คือห้องฉันเองแน่ๆ และตัวฉันเองก็เริ่มตั้งสมมุติฐานขึ้นมาทันที

               สมมุติฐานที่มีคิดขึ้นมาได้คือ เด็กที่มาหา ต้องเป็นเด็กแถวนี้แน่ๆ เพราะ ศาลเจ้าที่ของที่นี้ ฉันเห็นของเล่นเด็กวางอยู่ที่ฐานของศาลเจ้าที่ หนึ่งในนั้น มีตุ๊กตาเด็กน้อย ที่ใบหน้าคล้ายกับหนึ่งในสามของเด็กกลุ่มแรกที่มาหาฉัน มีความเป็นไปได้ว่า เด็กอยากมาเล่น หรือมาขอส่วนบุญหรือมาให้เห็นว่า พวกหนูอยู่ตรงนี้นะพี่! คำตอบคือ ฉันรู้อยู่แล้วว่าพวกเธอนะอยู่นี้! แต่ทำไมรอบนี้เล่นคลานมาหายะ! แถมมาให้เห็นหลังวันพระด้วยยยยย

                ฉันนั่งครุ่นคิดเกือบทั้งวัน และรู้สึกเหนื่อยล้า ง่วงนอนมาก ทั้งที่ใจไม่อยากนอน แต่ร่างกายมันเหมือนกับว่า โดนดึงพลังงานไปเยอะ เหมือนกับว่าฉันทำงานมาหนักๆ สุดท้ายฉันก็ทนไม่ไหวและหลับไปในที่สุด แต่หลับไม่ได้นาน ก็ได้ยินเสียงเหมือนคนเคาะบานกระจกห้อง และเคาะบ่อยมาก มากจนพอลืมตาตื่นขึ้นมา ก็เห็นแต่ลม! ลมที่พัดเข้าห้อง แล้วบานกระจกก็สั่น ฉันเลยคิดว่า เป็นเพราะลมพัดแรงมั้ง กระจก เลยสั่น
             
                จนกระทั่งตกเย็นวันนั้น ฉันนั่งล้างจานอยู่ริมระเบียง ด้วยความมืดจึงเปิดไฟที่ระเบียง ระหว่างที่ฉันกำลังก้มล้างจานอยู่นั้น ก็รู้สึก อยากดูหลอดไฟที่ระเบียงขึ้นมา เลย แหงนหน้ามองขึ้นไปดู และสิ่งที่เห็นอยู่ข้างหลอดไฟคือ ตุ๊กตา ! ตุ๊กตาถูกมัดใส่ถุงพลาสติกแล้วมัดติดข้างหลอดไฟ!

               เฮ้ย! เป็นไปได้ไง มาวันแรก ไม่เห็นมีนิ หรือ ฉันไม่ได้ทันสังเกตนะ แล้ว แม่บ้านที่เข้ามาทำความสะอาดล่ะ เขาไม่เห็นหรือ????? แล้วแวปแรกที่คิดออกคือ หรือ เด็กน้อยนั้นคือ ตุ๊กตา!

              

เด็กน้อยริมระเบียง! ตอนที่ 1

                 ณ ริมน้ำเจ้าพระยา มีอาพาร์เม้นต์สูง เก้าชั้น อยู่แถวนั้น แถวที่มีแต่ เด็กนักเรียน นักศึกษา คนวัยทำงาน อยู่หลายๆครอบครัวปะปนกันไป ฉันเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ที่นี้ได้ไม่ถึงสองอาทิตย์ ที่นี้บรรยายกาศดี ลมพัดเย็นสบายตลอดทั้งวัน ไม่แออัดยัดเหยียดเท่าใจกลางเมืองเท่าไหร่ ที่นี้มีแต่ความรื่นรมย์

                 รื่นรมย์จนลืมไปเลยว่า มีคนมองอยู่!

                  ค่ำคืนอันแสนเงียบสงบ ฉันล้มตัวลงนอนหลับแบบเย็นสบายคลายความกังวล พร้อมกับคิดไปถึงเมนูอาหารเช้าของวันพรุ่งนี้ แล้วก็หลับไปตอนไหนก็ไม่รู้  และตื่นอีกที  ตอน ตีห้า ไม่ได้ตั้งใจตื่นหรอกนะ! แต่เป็นเพราะว่าตกใจตื่นต่างหาก ตื่นจากความฝันที่น่ากลัว ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน  ฉันพยายามคิดทบทวนเรื่องที่ฝันว่ามีความหมายถึงอะไร แน่นอนว่าการที่เราตื่นตอนนี้ฝันนั้นเป็นจริงแน่ จากประสบการณ์ที่เคยผ่านมา

                 ฝันนั้นไม่เลื่อนลางในหัวเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งสี ทั้งคน ทั้งบรรยากาศ ฝัน.....ที่ฉันเห็นเด็กน้อยสามคน เดินมาหาฉัน เหมือนชวนเล่น สภาพของเด็กทั้งสามคนคือ ทั้งสามไม่สวมเสื้อผ้า เหมือนเด็ก อายุ 7-8 เดือนที่กำลังเดินได้! และกำลังเดินมา   ด้วยความกลัว เพราะรู้แน่ว่านี้ไม่ใช่คนแน่ๆ จึงเดินหนีไปด้วยความไวเข้าไปหลบในห้องที่มีประตูกระจก ในความคิดที่ว่า "ห้องนี้มีพระ กูรอดแล้ว"

                แต่แล้ว ความเลวร้ายก็ได้เกิดขึ้น เมื่อมี เด็กผู้ชาย หัวโล้น ได้คลาน เข้ามาหาฉัน คลานเข้ามาจวนจะถึงตัวแล้วค่าาาาา ด้วยความฮึดใจสู้สุดท้าย เอาว่ะ เป็นไงเป็นกัน ถอดสร้อยพระออกจากคอ (ซึ่งไม่รู้ตัวแต่แรกเลยว่ามีอยู่) แล้วประนมมือขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับ สวดบทคาถาที่ครูบาอาจารย์ท่านให้มา ว่า "มีเอ็งคนเดียวที่ใช้ได้ผล" จึงเริ่มสวดคาถานี้ขึ้นมาด้วยเสียงดังฟังชัด เหมือนไล่ พร้อมกับนึกในใจด้วยว่าเป็นการลองสมาธิของตนเองด้วยว่าจะมีสมาธิแค่ไหนกับการไล่ผีเด็ก ตนหนึ่ง

              แน่ละว่าได้ผล เด็กน้อย เริ่มคลานหนีด้วยความเหนื่อยหอบบวกกับความกลัว จนมุดหนีหายไป แล้วฉันก็ตื่น.