วันพุธที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2558

ป้าที่พวกเราเรียกว่าแม่! ตอนที่ 1

ย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน

              ฉันและ เพื่อนๆ ได้พากันไปปฎิติบัติธรรม กับ หลวงพ่อที่นับถือ พวกเราไปอยู่วัดกัน 1 อาทิตย์ เพื่อฝึกสมาธิล้วนๆ เพราะช่วงนั้นว่างคะ แต่ปัญหาก็คือ เรื่องที่นอนเนี่ย เนื่องจากทางวัดไม่มีที่นอนให้ญาติโยมที่มาปฎิบัติธรรม พวกเราจึงต้องไปอาศัยบ้านของรุ่นพี่ ที่รู้จักสมัยเรียนมหาวิทยาลัย เป็นที่พักพิงชั่วคราว

              ด้วยความที่ไปแบบกะทันหัน รุ่นพี่จึงบอกว่า

 "ถ้าแกอยู่ถึงอาทิตย์หนึ่ง เกรงว่าจะไม่ได้นะ พี่คงให้พักแค่สี่วัน เนื่องจาก พี่จะต้องไปต่างจังหวัด และจะมีแขกของพี่สาวมาพักที่บ้านนะ เลยไม่สะดวกที่จะให้พวกแกพักเท่าไหร่นะ เนื่องจากห้องมันเต็ม"
ฉันจึงตอบรุ่นพี่ไปว่า 
"อ่าห์ สี่วันก็ดีแล้วคะ มีข้าวเช้า ข้าวเย็น นอนฟรี ไม่เสียตังค์ นี้ก็คุ้มสุดๆละ เดี๋ยวที่เหลือ พวกหนูไปนอนโรมแรมเอา แค่สองคืนเอง! สบายๆ" 
รุ่นพี่ก็บอกว่า"โอเค"
                พอพวกเราไปถึงวัด เพื่อเรียนสมาธิ หลวงพ่อท่านก็ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วงเรื่องที่อยู่(เหมือนท่านจะรู้ว่าพวกเราไม่มีที่นอน เนื่องจากยังไม่ได้จองโรงแรม) ฉันก็บอกท่านไปว่า ฉันนอนที่บ้านรุ่นพี่ สี่คืน อีก สองคืน จะไปนอน โรงแรม ท่านก็เลยแนะนำ บ้านของโยมอุปัฏฐาก ที่ท่านรู้จักและไว้ใจได้ เป็นอย่างดี ให้พวกเรา  
               พวกเราก็เลยโอ้วววเย้!!!! มีที่อยู่ฟรี กินฟรี เหมือนเดิม เลยเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้รุ่นพี่ฟัง รุ่นพี่ก็บอกมาว่า "อ่อ ป้าคนนี้ พี่ไม่เคยเห็นนะ แต่รู้ว่าปลอดภัย เพราะป้าแกของเยอะ!" 
พวกเราสามคนหันหน้ามามองกัน "หึ!" จริงๆบ้านรุ่นพี่ก็ของเยอะนะคะ แต่ด้วยความที่เป็นรุ่นพี่เลยไม่ค่อยกลัวเท่าไหร่ แต่ป้าคนพวกเราไม่เคยพบมาก่อน ฉันก็เริ่มรู้สึกสติแตกนิดๆว่า เอ๋ จะรอดไหมว่ะ? เห็นแบบนี้ก็กลัวนะเฟ้ยย
                จนกระทั่งพวกเราอยู่บ้านรุ่นพี่ครบสี่วัน เย็นวันนั้น หลวงพ่อท่านก็ได้พาพวกเราไปบ้านป้า เพื่อให้พวกเราได้รู้จักกับป้า พอได้เห็นและรู้จักกับป้า ป้าเป็นคนใจดีคะ อยู่คนเดียว พูดคุยเก่ง พวกเราเลยเพลิดเพลิน จนเราจะกลับ พวกเราก็บอกป้าว่า "เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูมานอนตอนเย็นๆนะ" ป้าก็รับทราบและไปส่งพวกเรากับหลวงพ่อ พอขึ้นรถปุ๊ปแค่นั้นละค่า
                 หางตาทางซ้ายของอิฉันก็เหลือบไปเห็นผู้ชายใส่ชุดสีเทายืนอยู่ข้างรถ!!!!!! ฉันเลยหันไปมองข้างรถ ไม่มี!! หันมาหาเพื่อนที่นั่งข้างๆ เพื่อนหน้าซีด! แล้วบอกว่า "ชัดเลย!" พวกเราเลยถามหลวงพ่อที่นั่งอยู่ด้านของรถว่า "ที่หนูเห็นนะ ใช่ไหมคะ?"

                                                       หลวงพ่อท่านก็ยิ้มอย่างเดียววววว


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น